[x] ปิดหน้าต่างนี้
Powered by KMOBECMAXSITE 1.2.1
    


วิชาการ
เรื่อง : การหาค่าความเชื่อมั่นแบบalpha
ความรู้จากการปฏิบัติงาน



 สุดโต่งกับค่าความเชื่อมั่นแบบแอลฟา

ศน.รัชภูมิ  สมสมัย

www.sornorpoom.ob.tc

evaluation_47@hotmail.com

         

วันอาทิตย์ที่ผ่านมาข้าพเจ้าเข้าไปปฏิบัติหน้าที่พัฒนาความรู้ด้านการวัดผลและการวิจัยที่คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เฉกเช่นทุกสัปดาห์ที่ผ่านมา เมื่อนั่งทำงานไปพักใหญ่ๆก็มีนักศึกษาปริญญาโท เอกการวัดและประเมินผลมานั่งสนทนากับอาจารย์ที่ปรึกษาในประเด็นของ การหาค่าความเชื่อมั่น เพราะนักศึกษาคนนั้นอยู่ในขั้นตอนของการตรวจสอบคุณภาพของเครื่องมือ ซึ่งเครื่องมือของนักศึกษาคนดังกล่าวเป็นแบบทดสอบเชิงสถานการณ์ ไม่มีถูก ไม่มีผิด ทุกข้อมีคะแนน แต่มีคะแนนไม่เท่ากัน เช่น ตอบข้อ ก.  อาจได้ 3 คะแนน ตอบข้อ ง. อาจได้ 1 คะแนน เป็นต้น ด้วยเงื่อนไขของข้อมูลดังกล่าว เวลาหาค่าความเชื่อมั่นต้องใช้สูตรสัมประสิทธิ์แอลฟาของครอนบาค (α Coefficients’s Cronbach) ซึ่งจะตรงข้ามกับการหาค่าความเชื่อมั่นของแบบทดสอบที่มีลักษณะตอบถูกได้ 1 คะแนน ตอบผิดได้ 0 คะแนน ถ้าเป็นเงื่อนไขดังกล่าวเวลาจะหาค่าความเชื่อมั่นควรใช้สูตร KR-20 พี่น้องครูเราอย่าจำสับสนในเงื่อนไขของสถิติดังกล่าวนะครับ มาเข้าเรื่องกันดีกว่าครับกับคำว่า สุดโต่งกับค่าความเชื่อมั่นแบบแอลฟา เป็นอย่างไร  โปรดอ่านต่อนะครับ

            ค่าความเชื่อมั่นที่ผมจะกล่าวถึงนั้นเป็นการหาค่าความเชื่อมั่นโดยคำนวณจากสูตรสัมประสิทธิ์แอลฟาของครอนบาค (α Coefficients’s Cronbach) เท่านั้น ซึ่งหน้าตาของสูตรดังกล่าวมีลักษณะดังนี้

  

จากสูตรดังกล่าว ท่านจะเห็นได้ว่าเราจะทำอย่างไรได้บ้างที่จะให้ค่าความเชื่อมั่นมีค่าสูงๆ (มีค่าเข้าใกล้ 1 ให้ได้มากที่สุด) เพราะถ้าเครื่องมือเรามีค่าความเชื่อมั่นที่สูงแล้ว ก็แสดงได้ว่าเครื่องมือของเรามีคุณภาพ สามารถนำไปใช้จริงได้แล้ว  ถ้าพิจารณาในวงเล็บ ท่านจะเห็นได้ว่าต้องทำให้ตัวหารมีค่าสูงๆ ถึงจะได้ค่าความเชื่อมั่นมากๆ ในที่นี้ตัวหารก็คือค่าความแปรปรวนของแบบทดสอบทั้งฉบับ (S2t) นั้นเอง ประเด็นคือ เราจะทำอย่างไรให้ค่าความแปรปรวนของแบบทดสอบทั้งฉบับมีค่าสูง ดังนั้นเราต้องไปดูต่อไปว่า การหาค่าความแปรปรวนเขามีวิธีการหากันอย่างไร

เมื่อผมไปค้นคว้าตำราที่เกี่ยวข้องกับสถิติเบื้องต้นแล้ว จะพบว่าความแปรปรวนก็คือ ค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (SD) เอาไปยกกำลังสองนั้นเอง ซึ่งความแปรปรวนอาจใช้สัญลักษณ์เป็น S2 หรือ s2 ก็ได้ เอาละบางท่านอาจจะลืมว่าค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานมันคืออะไร ผมขอทบทวนลักษณะของค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานหน่อยนะครับว่ามันคืออะไร ค่า SD เป็นค่าที่บ่งบอกว่า โดยเฉลี่ยแล้วข้อมูลแต่ละตัวเบี่ยงเบนออกจากค่าเฉลี่ยมากน้อยเท่าไร เป็นการวัดการกระจายที่ดีที่สุด นิยมใช้ในงานวิจัยและการทดลอง ดังนั้น ค่า SD มากจึงหมายถึง ข้อมูลที่เราเก็บรวบรวมมานั้นมีการกระจายตัวมาก เช่น เก็บข้อมูลมาจากเด็กที่เรียนเก่งมากๆๆ เด็กที่เรียนธรรมดา และเด็กที่เรียนไม่เก่งมากๆๆ หรือ จากนักเรียนที่เล่นฟุตบอลเก่งมากๆๆ เล่นฟุตบอลเก่งปานกลาง และเล่นฟุตบอลไม่เป็นเลย เป็นต้น มาถึงบรรทัดนี้ท่านพอเข้าใจความหมายของคำว่า สุดโต่ง หรือยังครับ  

สุดโต่งก็คือ ผู้วิจัยสามารถเก็บรวบรวมข้อมูลจากกลุ่มตัวอย่างที่มีความหลากหลายได้หรือไม่ ยิ่งมีความหลากหลายได้เท่าไหร่ ค่าความเชื่อมั่นก็จะมีค่าสูงไปตามนั้นเช่นกัน ตามหลักเหตุและผลที่ผมอธิบายมาในเบื้องต้น ขอให้ครูเราพึงระลึกเสมอว่าการทำวิจัยทางการศึกษาใดๆก็แล้วแต่ ควรเก็บข้อมูลจากนักเรียน หรือกลุ่มตัวอย่างที่มีลักษณะใดลักษณะหนึ่งที่มีความแตกต่างกันเยอะๆ เพราะมันจะส่งผลไปสู่การหาค่าความเชื่อมั่นได้เช่นเดียวกัน งานของท่านก็จะเป็นงานวิจัยที่มีคุณภาพเช่นเดียวกัน พบกันใหม่ฉบับหน้า สวัสดีครับ   

 

ขอเคารพด้วยจิตคารวะในความเพียร

24 พฤศจิกายน พ.ศ.2554

 ณ สพป.ชม.3 อ.ฝาง  จ.เชียงใหม่ 



ผู้เขียน : รัชภูมิ สมสมัย
หน่วยงาน : กลุ่มนิเทศ ติดตาม และประเมิลผลการจัดการศึกษา สพป.ชม.3
พฤหัสบดี ที่ 24 เดือน พฤศจิกายน พ.ศ.2554
เข้าชม : 10663
1.5 stars เฉลี่ย : 1.5 จาก 60 ครั้ง.


วิชาการ 5 อันดับล่าสุด

      เปิดตัว blog ส่วนตัวของ ศน.รัชภูมิ ครับ 17 / ม.ค. / 2555
      ประเทศไทยกับการเข้าสู่ประชาคมอาเซียน 28 / ธ.ค. / 2554
      การบริหารการสอบ 7 / ธ.ค. / 2554
      การหาค่าความเชื่อมั่นแบบalpha 24 / พ.ย. / 2554
      องค์ความรู้จากการประเมินรองสาม 21 / พ.ย. / 2554


เชิญร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ โดยสมัครเป็นสมาชิกของศูนย์จัดการความรู้
สิทธิของสมาชิก สามารถบันทึกขุมความรู้ แลกเปลี่ยนเรียนรู้ และดาวน์โหลดได้
คลิกที่นี่สมัครสมาชิก