[x] ปิดหน้าต่างนี้
Powered by KMOBECMAXSITE 1.2.1
    


ระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียน
เรื่อง : รายงาน ทิศทางการประเมินภายนอก รอบ 3
ความรู้จากการปฏิบัติงาน



 

 

รายงานสรุปผลการเข้าร่วมประชุมวิชาการ 10 ปี สมศ.
“ทิศทางการประเมินคุณภาพภายนอก รอบสาม (พ.ศ.2554-2558)”
20-21 ธันวาคม 2553       ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ กรุงเทพมหานคร

: ศน.สักการะ ทนันชัย    กลุ่มนิเทศฯ สพป.ชม.3       .
 

ความรู้ ความเข้าใจ เกี่ยวกับ “สมศ.”

 
                ž สมศ. คือ สำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา (องค์การมหาชน) เรียกโดยย่อว่า “สมศ.” จัดตั้งโดยพระราชกฤษฎีกาจัดตั้งสำนักงานฯ พ.ศ.2543 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาเกณฑ์และวิธีการประเมินคุณภาพภายนอก และทำการประเมินผลการจัดการศึกษา
                      วิสัยทัศน์ 
      สำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา (องค์การมหาชน) จะเป็นองค์การทางวิชาการและแหล่งอ้างอิงระดับชาติที่เชี่ยวชาญด้านการประเมินคุณภาพการศึกษา เพื่อพัฒนาระบบการจัดการศึกษาของไทยให้มีคุณภาพ และให้ผู้เรียนได้รับการศึกษาในสถานศึกษาทั้งในระบบ นอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยที่มีการบริหาร และการจัดการศึกษาที่มีคุณภาพ เพื่อให้ผู้เรียนเป็นคนดี มีความสามารถและมีความสุข สนุกกับการเรียนรู้ตลอดชีวิต
      พันธกิจ
      1. พัฒนาระบบการประเมินคุณภาพภายนอก กำหนดกรอบ แนวทาง และวิธีการประเมินคุณภาพภายนอกที่มีประสิทธิภาพ และสอดคล้องกับระบบประกันคุณภาพของสถานศึกษาและหน่วยงานต้นสังกัด
      2. พัฒนามาตรฐานและเกณฑ์สำหรับการประเมินคุณภาพภายนอก
      3. ให้การรับรองผู้ประเมินภายนอก
      4. กำกับดูแลและกำหนดมาตรฐานการประเมินคุณภาพภายนอกที่ดำเนินการโดยผู้ประเมินภายนอก รวมทั้งให้การรับรองมาตรฐาน ทั้งนี้ ในกรณีจำเป็นหรือเพื่อประโยชน์ในการศึกษาวิจัยเพื่อพัฒนาระบบการประเมินคุณภาพภายนอก สำนักงานอาจดำเนินการประเมินคุณภาพภายนอกเองก็ได้
      5. พัฒนาและฝึกอบรมผู้ประเมินภายนอก จัดทำหลักสูตรการพัฒนาและฝึกอบรมและสนับสนุนให้องค์กรเอกชน องค์กรวิชาชีพหรือวิชาการ เข้ามามีส่วนร่วมในการพัฒนาและฝึกอบรมผู้ประเมินภายนอกอย่างมีประสิทธิภาพ
      6. เสนอรายงานการประเมินคุณภาพและมาตรฐานการศึกษาประจำปีต่อคณะรัฐมนตรี รัฐมนตรีและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ประกอบการพิจารณาในการกำหนดนโยบายทางการศึกษาและการจัดสรรงบประมาณเพื่อการศึกษา รวมทั้งเผยแพร่รายงานดังกล่าวต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและสาธารณชน
                สมศ. มีหน้าที่ ดังนี้
1.       พัฒนาระบบการประเมินคุณภาพภายนอก
2.       พัฒนามาตรฐานและเกณฑ์สำหรับการประเมิน
 
3.       ให้การรับรองผู้ประเมินภายนอก
4.       กำกับดูแล กำหนดมาตรฐานและให้การรับรองมาตรฐานการประเมินคุณภาพภายนอก
5.     พัฒนาและฝึกอบรมผู้ประเมินภายนอก จัดทำหลักสูตรฝึกอบรมและสนับสนุนให้องค์กรเอกชน องค์กรวิชาชีพหรือวิชาการเข้ามามีส่วนร่วม
6.     จัดทำรายงานการประเมินคุณภาพและมาตรฐานการศึกษาประจำปีเสนอต่อคณะรัฐมนตรี หน่วยงานที่เกี่ยวข้องและสาธารณชน
 
ž การประเมินคุณภาพภายนอก หมายถึง การประเมินคุณภาพการจัดการศึกษา การติดตาม การตรวจสอบคุณภาพและมาตรฐานการศึกษาของสถานศึกษา ซึ่งกระทำโดย สมศ. หรือผู้ประเมินภายนอกที่ได้รับการรับรองจาก สมศ. เพื่อมุ่งให้มีการพัฒนาคุณภาพและมาตรฐานการศึกษาของสถานศึกษาให้ดียิ่งขึ้น
 
ž หลักการสำคัญของการประเมินคุณภาพภายนอก มีดังนี้
1.       เป็นการประเมินเพื่อมุ่งให้มีการพัฒนาคุณภาพการศึกษา ไม่มุ่งเน้นเรื่องการตัดสิน การจับผิด หรือการให้คุณให้โทษ
2.       ยึดหลักความเที่ยงตรง เป็นธรรม โปร่งใส มีหลักฐานข้อมูลตามสภาพความเป็นจริงและมีความรับผิดชอบที่ตรวจสอบได้
3.       มุ่งสร้างความสมดุลระหว่างเสรีภาพทางการศึกษากับจุดมุ่งหมายและหลักการศึกษาของชาติ
4.       มุ่งส่งเสริมและประสานงานในลักษณะกัลยาณมิตรมากกว่าการกำกับและควบคุม
5.       ส่งเสริมการมีส่วนร่วมในการประเมินคุณภาพและพัฒนาการจัดการศึกษาจากทุกฝ่าย
 
ž วัตถุประสงค์ของการประเมินคุณภาพภายนอกสถานศึกษา มีดังนี้
1. เพื่อตรวจสอบ ยืนยันสภาพจริงในการดำเนินงานของสถานศึกษาและประเมินคุณภาพการศึกษาตามมาตรฐานการศึกษาอย่างมีประสิทธิภาพ ตามกรอบแนวทางและวิธีการที่ สมศ.กำหนดและสอดคล้องกับระบบประกันคุณภาพภายใน
2. เพื่อให้ได้ข้อมูลซึ่งช่วยสะท้อนให้เห็นจุดแข็ง จุดอ่อน ของสถานศึกษา เงื่อนไขของความสำเร็จและสาเหตุของปัญหา
3. เพื่อช่วยเสนอแนะแนวทางปรับปรุงและพัฒนาคุณภาพการศึกษา
4. เพื่อส่งเสริมให้มีการพัฒนาคุณภาพและประกันคุณภาพภายในอย่างต่อเนื่อง
5. เพื่อรายงานผลการประเมินคุณภาพและมาตรฐานการศึกษาของสถานศึกษาต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและสาธารณชน
 
ž ความแตกต่างระหว่างการประกันคุณภาพภายในและการประเมินคุณภาพภายนอก มีดังนี้
      การประกันคุณภาพภายในเป็นกระบวนการบริหารที่สถานศึกษาต้องดำเนินการอย่างต่อเนื่องทั้งการวางแผน กำหนดเป้าหมาย และวิธีการ ลงมือทำตามแผน ประเมินผล และปรับปรุงแก้ไขเพื่อพัฒนาคุณภาพ และจัดทำรายงานการประเมินตนเองเป็นประจำทุกปี ส่วนการประเมินคุณภาพภายนอก เป็นการประเมินที่มี
 
ความต่อเนื่องกับการประเมินคุณภาพภายในของสถานศึกษา เป็นการยืนยันผลการประเมินภายในว่า การจัดการศึกษามีคุณภาพอย่างไร เมื่อเปรียบเทียบกับมาตรฐานที่กำหนด การประกันคุณภาพภายในกับการประเมินคุณภาพภายนอกจึงเชื่อมโยงกันดัวยมาตรฐานการศึกษาเป็นหลัก
 
ž มาตรฐานการศึกษา คือ ข้อกำหนดเกี่ยวกับคุณลักษณะคุณภาพที่พึงประสงค์ และเป็นเป้าหมายที่ต้องการให้เกิดขึ้นในสถานศึกษาทุกแห่ง เพื่อใช้เป็นหลักในการเทียบเคียงสำหรับการส่งเสริม กำกับดูแล ตรวจสอบประเมินผล และการประกันคุณภาพการศึกษา
 
ž ผลการประเมินคุณภาพภายนอกสถานศึกษา รอบสอง (พ.ศ. 2549-2553)
                      สมศ. ได้ดำเนินการประเมินคุณภาพภายนอกสถานศึกษา รอบสอง (พ.ศ.2549-2553) เพื่อนำผลการประเมินมาจัดทำข้อเสนอแนะต่อสถานศึกษาทั้งระดับการศึกษาปฐมวัย ระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน ด้านการอาชีวศึกษา และระดับอุดมศึกษา สรุปผลคุณภาพการศึกษา จำแนกตามระดับการศึกษาที่ประเมิน ดังนี้
1.       ผลการประเมินคุณภาพภายนอก รอบสอง ระดับการศึกษาปฐมวัย  จำแนกตามสังกัด ดังนี้
 

 
สังกัดของ
สถานศึกษา
 
รวม
(แห่ง)
ผลการประเมิน
รับรอง
ไม่รับรอง
จำนวน
ร้อยละ
จำนวน
ร้อยละ
สพฐ.
26,893
21,932
81.56
4,961
18.44
สช.
2,544
2,240
88.05
304
11.95
อปท.
481
444
92.31
37
7.69
กทม.
430
408
94.88
22
5.12
สกอ.(โรงเรียนสาธิต)
26
25
96.15
1
3.85
รวม
30,374
25,049
82.47
5,325
17.53

 
2. ผลการประเมินคุณภาพภายนอก รอบสอง ระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน จำแนกตามสังกัด ดังนี้

 
สังกัดของ
สถานศึกษา
 
รวม
(แห่ง)
ผลการประเมิน
รับรอง
ไม่รับรอง
จำนวน
ร้อยละ
จำนวน
ร้อยละ
สพฐ.
30,284
24,901
82.22
5,383
17.78
สช.
1,882
1,637
86.98
245
13.02
อปท.
523
459
87.76
64
12.24
กทม.
435
417
95.86
18
4.14
สกอ.(โรงเรียนสาธิต)
34
33
97.06
1
2.94
รวม
33,158
27,447
82.78
5,711
17.22

 
 
                ž ผลการดำเนินงานของ สมศ. ตามคำรับรองในรอบ 5 ปีที่ผ่านมา ที่ประเมินโดยสำนักงานคณะกรรมการการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.)
 

ปี พ.ศ.
2548
2549
2550
2551
2552
ผลการประเมิน
4.7580
3.5472
4.4681
4.6623
4.3229
ระดับคุณภาพ
ดีมาก
ดี
ดีมาก
ดีมาก
ดี

 
 
                ž สรุปบทสัมภาษณ์พิเศษผู้อำนวยการ สมศ. : ศ.ดร.ชาญณรงค์ พรรุ่งโรจน์
                      1. การประกันคุณภาพโดย สมศ. 10 ปีที่ผ่านมา ได้สร้างปรากฏการณ์ในวงการศึกษาของไทยอย่างไรบ้าง ?
                      “ปีนี้เป็นปีที่ 10 ที่มีการประกันคุณภาพการศึกษาขึ้นในประเทศไทยโดยสำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา หรือ สมศ. ได้สร้างวัฒนธรรมใหม่การประเมินคุณภาพขึ้นในวงการศึกษาของไทย การประเมินสองรอบที่ผ่านมาถือว่า ประสบความสำเร็จในการปลูกฝังสิ่งใหม่ที่ดีงามให้กับการศึกษาไทย จะเห็นว่า หลังจากที่ สมศ. เข้าไปประเมินสถานศึกษาทุกระดับมีการตื่นตัวและมีพัฒนาการที่ดีขึ้นที่เห็นชัดคือ การพัฒนาด้านกายภาพในสถานศึกษา อาคารเรียน อุปกรณ์เครื่องมือในการเรียนรู้ รวมถึงแหล่งเรียนรู้ต่าง ๆ มีความพร้อมมากขึ้น ด้านครู อาจารย์ก็ได้มีการพัฒนาและส่งเสริมด้านความรู้ คุณวุฒิและตำแหน่งทางวิชาการ รวมไปถึงการส่งเสริมให้ครู อาจารย์ทำงานวิจัยมากขึ้น สิ่งเหล่านี้ถือว่าเป็นความดีงามที่เกิดขึ้นในการประเมินคุณภาพการศึกษา”
                      2. ผลการประเมินรอบสองที่ผ่านมาประสบความสำเร็จมากน้อยเพียงใด ?
                      “การศึกษาขั้นพื้นฐาน ประเมินรอบแรกผ่านประมาณร้อยละ 34 รอบสองผ่านประมาณร้อยละ 82 อาชีวะ รอบแรกเป็นลักษณะของการวิจัย ส่วนรอบสองการอาชีวศึกษาผ่านการประเมิน ร้อยละ 77 ระดับอุดมศึกษาก็ผ่านเกือบหมดแล้ว เหลือกลุ่มรอพินิจที่จะต้องเข้าไปประเมินซ้ำไม่ถึงร้อยละ 5 โดยให้ไปทำแผนพัฒนาตนเองภายใน 30 วันแล้ว เพื่อเข้าไปประเมินซ้ำภายใน 2 ปี ซึ่งผลการประเมินในส่วนของการศึกษาขั้นพื้นฐานพบว่า โรงเรียนที่อยู่ในเมืองจะผ่านการประเมินมากกว่าโรงเรียนที่อยู่ในชนบท และโรงเรียนขนาดใหญ่ที่ผ่านการประเมินมากกว่าโรงเรียนขนาดเล็ก ทำให้วิเคราะห์ได้ว่า โรงเรียนขนาดใหญ่จะได้เปรียบจากจำนวนนักเรียนที่มาก เมื่อได้รับงบประมาณรายหัวมาก จึงมีเม็ดเงินที่สามารถนำมาบริหารจัดการได้มากกว่าโรงเรียนขนาดเล็ก”
                      3. แนวทางการประเมินรอบสามเป็นอย่างไร ?
                      “การประเมินสองรอบที่ผ่านมายังบอกไม่ได้ว่าประสบความสำเร็จร้อยเปอร์เซ็นต์ เพราะยังมีปัจจัยหลายด้านที่ยังเหลื่อมล้ำกันอยู่ ดังนั้นการเมินคุณภาพภายนอกรอบสามจึงได้มีการพัฒนาตัวบ่งชี้ใหม่ โดยนำประสบการณ์จากสองรอบที่ผ่านมา มาประมวลและปรับตัวบ่งชี้ใหม่ โดยกำหนดเป็นตัวบ่งชี้ 3 ชุด ชุดที่ 1 คือ ตัวบ่งชี้พื้นฐาน ซึ่งเป็นตัวบ่งชี้ที่จำเป็นและสำคัญที่สถานศึกษาทุกแห่งต้องมี เป็นตัวบ่งชี้ที่ได้มาจากการศึกษาในสองรอบที่ผ่านมาแล้วคัดกรองเอาตัวสำคัญที่เป็นหัวใจมาใช้ ซึ่งอนาคตสามารถใช้ศึกษาพัฒนาการของระดับคุณภาพได้ ส่วนชุดที่ 2 คือ ตัวบ่งชี้อัตลักษณ์  เป็นตัวบ่งชี้เพื่อการเมินเชิงสร้างสรรค์
 
แทนที่จะประเมินว่าใครเหมือนใคร ก็มาดูว่าใครต่างกับใคร แทนที่จะไปจับผิด ก็ไปจับถูก เพราะฉะนั้น ทุกสถานศึกษาไม่ว่าจะเป็นอุดมศึกษา อาชีวะ หรือขั้นพื้นฐาน อย่างโรงเรียนชนบทขนาดเล็ก ถ้ามีอัตลักษณ์ของตัวเองที่เป็นจุดเด่นหรือจุดเน้นก็สามารถนำมาแสดงเพื่อประเมินตามตัวบ่งชี้นี้ได้ ต่อไปมหาวิทยาลัยที่จะขอเปิดใหม่จะต้องชัดเจนในเรื่องอัตลักษณ์ หรืออย่างโรงเรียนขนาดเล็กที่มีครูไม่ครบชั้น ประเมินเมื่อไหร่ก็ตก ขออัตราครูเพิ่มก็ไม่ได้ แต่อาจมีจุดเด่น อย่างเช่น ด้านคุณธรรม ศิลปวัฒนธรรมหรือกีฬา ซึ่งผมเชื่อว่า สถานศึกษาดังกล่าวจำนวนมากที่มีจุดเด่นที่สามารถนำมาโชว์ได้ไม่แพ้โรงเรียนในเมือง และชุดที่ 3 คือ ตัวบ่งชี้มาตรการส่งเสริม ซึ่งเป็นตัวบ่งชี้ที่กำหนดโดยสังคม ตัวบ่งชี้ขุดนี้จะปรับเปลี่ยนไปตามความจำเป็นของสังคม ถือว่าเป็นเครื่องมือของภาครัฐในการขับเคลื่อนคุณภาพโดยองค์รวมว่า โรงเรียน วิทยาลัยอาชีวะ มหาวิทยาลัย ทั้งสามระดับต่างก็ทำหน้าที่ไม่ต่างกัน นั่นก็คือ ป้องกันปัญหาสังคม ชี้แนะ และแก้ปัญหาสังคม ยกตัวอย่างมหาวิทยาลัยที่ประกาศว่าจะเป็นที่พึ่งพาของสังคม หรือเป็นภูมิปัญญาของสังคม หรือเป็นสถานศึกษาที่มีความโดดเด่นในการทำงานด้านสิ่งแวดล้อม แก้ปัญหายาเสพติด สุขภาพอนามัย ซึ่งสถานศึกษาจะเลือกเองว่าตั้งใจจะส่งเสริมทางด้านใด สรุปก็คือ ตัวบ่งชี้ชุดที่ 1 เป็นตัวบ่งชี้แบบ Top Down ซึ่งกำหนดโดย สมศ. ทุกสถานศึกษาต้องปฏิบัติและต้องประเมินตามที่กำหนด ชุดที่ 2 ตัวบ่งชี้อัตลักษณ์ เป็นตัวบ่งชี้แบบ Bottom Up ที่ให้สถานศึกษาสำรวจตนเองว่ามีอัตลักษณ์อะไร มีจุดเด่นอะไรก็เสนอมา เพื่อให้ สมศ. เข้าไปตรวจ และชุดที่ 3 เป็นตัวบ่งชี้ที่กำหนดโดยสังคม เปลี่ยนแปลงไปตามสถานการณ์ สภาพสังคม”
                      4. หลักการการประเมินรอบสามเป็นอย่างไร ?
                      “หลักการที่ สมศ. ใช้ คือ BTS  ซึ่ง B  คือ Better แทนที่จะประเมินเพื่อแข่งขันกันระหว่างสถาบัน ก็จะเป็นการแข่งกับตนเอง ให้มีผลประเมินที่ดีขึ้น ส่วน T คือ Together เน้นการทำงานร่วมกันแบบเชื่อมโยงเครือข่ายทั้งพื้นฐาน อาชีวะ อุดมศึกษา ให้ก้าวเดินไปด้วยกันระหว่างการประเมินภายในกับการประเมินภายนอก เช่น การทำรายงานการประเมินร่วมกันของหน่วยงานประเมินให้เป็นฉบับเดียวกัน ซึ่งจะช่วยลดความซ้ำซ้อนในการเก็บข้อมูลและช่วยให้ประหยัดงบประมาณและกำลังคนด้วย นอกจากนี้ยังมีเรื่องการใช้คำที่แตกต่างกันของหน่วยงานการประเมิน ดังนั้น สมศ. จึงได้ทำหนังสือรวมอภิธานศัพท์เกี่ยวกับการประเมิน เพื่อสร้างความเข้าใจความหมายของคำศัพท์ที่ตรงกัน ส่วนด้านการเก็บข้อมูล ตอนนี้สถานศึกษาทั่วประเทศเก็บข้อมูล คนละฐานเวลา บ้างเก็บเป็นปีงบประมาณ บ้างเก็บเป็นปีการศึกษา หรือบ้างก็เก็บตามปีปฏิทิน ซึ่งจะต้องมาตกลงกันว่า จะใช้ช่วงเวลาใดในการเก็บข้อมูลและการเก็บข้อมูลโดยใช้ฐานข้อมูลเดียวกัน และสุดท้ายคือ S คือ Simplify คือ การประเมินคุณภาพภายนอกรอบสาม จะลดตัวบ่งชี้ให้น้อยลง แต่ยังคงมีอำนาจจำแนกและพยายามใช้ภาษาที่เข้าใจง่าย”
                      5. การประเมินแบบ “1 ช่วย 9” ที่ สมศ.นำมาใช้ล่าสุดเป็นอย่างไร ?
                      “กฎหมายกำหนดให้สถานศึกษาต้องประเมินภายในทุกปี ปีละครั้งและต้นสังกัดจะต้องไปตรวจเยี่ยมทุก 3 ปี ส่วนของ สมศ. ก็จะเข้าไปตรวจเยี่ยมทุก 5 ปี หากไม่ผ่านการประเมิน สถานศึกษานั้นจะต้องส่งแผนพัฒนาให้ สมศ. ภายใน 30 วัน และพยายามพัฒนาให้ผ่านภายใน 2 ปีหลังจากที่ส่งแผน ซึ่งเป็นข้อกำหนดของกฎหมาย แต่การประเมินในรอบสาม สมศ. มีแนวทางที่สอง ที่เรียกว่า “1 ช่วย 9” แนวคิดเกิดจากที่ตระหนักว่าสถานศึกษาแต่ละแห่งมีอายุและศักยภาพที่ต่างกัน บางแห่งมีอายุ 50 ปี หรือ 100 ปี บางแห่งมีอายุ 5
 
 
ปี หรือ 10 ปี เมื่อมีการจัดอันดับมหาวิทยาลัยเกิดใหม่จะแข่งขันกับมหาวิทยาลัยที่เกิดก่อนเป็นร้อย ๆ ปีไม่ได้ แต่จะทำอย่างไรที่จะให้ก้าวเดินไปด้วยกัน จึงคิดสร้างวัฒนธรรมที่ดีงามของไทยอย่างหนึ่งคือ การช่วยเหลือเกื้อกูลกันแบบพี่ช่วยเหลือน้อง เพื่อนพ้องช่วยกัน โดยกำหนดการประเมินที่เรียกว่า “1 ช่วย 9” ขึ้นมา วิธีการ ก็คือ สถานศึกษา 1 แห่ง ช่วยสถานศึกษาอื่น จำนวน 9 แห่ง ให้พัฒนา เช่น มหาวิทยาลัย 1 แห่ง ไปช่วยมหาวิทยาลัยหรือสถานศึกษาอาชีวศึกษาหรือโรงเรียน รวม 9 แห่ง ให้มีผลการประเมินคุณภาพภายนอกรอบสามดีขึ้น (Better) โดยมีข้อกำหนดว่า สถานศึกษา 1 แห่ง นั้น ต้องผ่านการประเมินรอบสองอยู่ในเกณฑ์ระดับดีมาก คือ ต้องได้ 4.51 คะแนนขึ้นไป แนวทางนี้จะช่วยสร้างห่วงโซ่คุณภาพและทำให้สถานศึกษาทุกระดับสามารถพัฒนาและยกระดับมาตรฐานคุณภาพให้สูงขึ้นได้”
                      6. ความพร้อมของ สมศ.ในการขับเคลื่อนการประกันคุณภาพภายนอกเป็นอย่างไร ?
                      “โจทย์ใหม่ในรอบสามนั้น ในเชิงปริมาณถือว่าเพิ่มขึ้นเกือบเท่าตัว จากรอบหนึ่งและรองสองที่ สมศ. ประเมินสถานศึกษากว่า 30,000 แห่ง จะเพิ่มเป็นเกือบ 70,000 แห่ง ซึ่งจำนวนที่เพิ่มขึ้นจากกฤษฎีกากำหนดว่า ศูนย์พัฒนาเด็กจะต้องถูกประเมินด้วย ส่วนระดับอุดมศึกษา จะประเมินในระดับสถาบันกับกลุ่มสาขาวิชา และจะต้องรับรองเป็นรายคณะ รวมถึงการประเมินสถานศึกษานอกที่ตั้งด้วย ส่วนเชิงคุณภาพ ในรอบหนึ่งและรอบสองเป้าหมายของทุกสถานศึกษาคือ การผ่านเกณฑ์ประเมิน แต่ในรอบสามนี้ สถานศึกษาจะต้องปรับเปลี่ยนทัศนคติ โดยคำนึงถึงประโยชน์ของชาติ จึงเป็นความท้าทายการทำงานของ สมศ. ที่จะต้องทำภารกิจนี้ให้บรรลุผลตามความคาดหวังของสังคม ที่ต้องการแหล่งเรียนรู้ที่มีคุณภาพให้กับลูกหลาน และอยากให้สถานศึกษาตระหนักว่า การประเมินเป็นสิ่งที่ดี ทำให้รู้จุดอ่อนเพื่อนำไปพัฒนา ไม่ใช่การจับผิด หรือประเมินแล้วไม่ได้ตามเกณฑ์จะรู้สึกเสียหน้า จึงอยากให้ทุกภาคส่วนสังคมที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นครู อาจารย์ ผู้บริหารสถานศึกษา ตระหนักว่า การที่ สมศ. เข้าไปประเมิน ทำให้ครูได้รับการพัฒนาทางด้านความรู้ ได้รับการอบรมเพิ่มเติมคุณวุฒิ ได้สร้างผลงานวิจัยที่เป็นประโยชน์ต่อการเรียนการสอนและต่อสังคม ส่วนผู้ปกครองก็จะได้ครูดี ๆ แหล่งเรียนรู้ดี ๆ ให้ลูกหลาน ถ้าทุกฝ่ายมองการประเมินคุณภาพในเชิงบวก คุณภาพการศึกษาของประเทศเราจะพัฒนาก้าวหน้าในที่สุด”
                      7. มีอะไรที่จะฝากไปยังประชาชนและสถานศึกษาบ้าง ?
                      “คุณภาพจะเกิดขึ้นได้ต้องเริ่มที่ตัวเราเอง แล้วจึงส่งผลถึงคุณภาพอื่น ๆ ตามมา ดังนั้น สโลแกนของ สมศ. ปีนี้จึงใช้ว่า “คุณภาพ คือ ภาพคุณ” เพราะเราเชื่อว่า ถ้าทุกคนช่วยกันพัฒนาตนเอง ส่งเสริมซึ่งกันและกัน ก็จะเกิดห่วงโซ่คุณภาพขึ้นมา ส่วน สมศ.ในฐานะหน่วยงานด้านคุณภาพ ก็พร้อมที่จะช่วยกันขับเคลื่อนให้การศึกษาของประเทศไทยมีคุณภาพได้มาตรฐาน สามารถแข่งขันกับนานาประเทศได้”  
 

กฎกระทรวงว่าด้วยระบบ หลักเกณฑ์ และวิธีการประกันคุณภาพการศึกษา พ.ศ. 2553

               

กฎกระทรวงว่าด้วยระบบ หลักเกณฑ์ และวิธีการประกันคุณภาพการศึกษา พ.ศ.2553 ได้ประกาศใช้อย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 11 มีนาคม 2553 โดยเหตุผลของการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้คือ โดยที่มาตรา 47 แห่งพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พุทธศักราช 2542 บัญญัติให้มีระบบประกันคุณภาพการศึกษา 

 
 

ซึ่งประกอบด้วย ระบบประกันคุณภาพภายในและระบบประกันคุณภาพภายนอก เพื่อพัฒนาคุณภาพและมาตรฐานการศึกษาทุกระดับ โดยระบบหลักเกณฑ์และวิธีการประกันคุณภาพการศึกษา ให้เป็นไปตามที่กำหนดในกฎกระทรวงฉบับนี้

               
.............................................................................................................................................................................
                เบื้องต้นได้นำสาระสำคัญในกฎกระทรวงที่สถานศึกษาควรจะต้องรับทราบมานำเสนอ เพื่อให้สถานศึกษาได้นำไปปฏิบัติให้สอดคล้องกับกฎกระทรวง เพื่อการพัฒนาคุณภาพการศึกษา ดังนี้
หมวด 1 บททั่วไป
                ข้อ 3 ระบบการประกันคุณภาพภายในเพื่อการพัฒนาคุณภาพการศึกษาและพัฒนามาตรฐานการศึกษาทุกระดับ ต้องประกอบด้วย
1.       การประเมินคุณภาพภายใน
2.       การตรวจติดตามตรวจสอบคุณภาพการศึกษา
3.       การพัฒนาคุณภาพการศึกษา
ข้อ 4 ระบบการประกันคุณภาพภายนอกเพื่อรับรองมาตรฐานและมุ่งพัฒนาคุณภาพการศึกษาทุก
ระดับ ต้องประกอบด้วย
1.       การประเมินคุณภาพภายนอก
2.       การติดตามตรวจสอบคุณภาพการศึกษา
ข้อ 5 ให้สถานศึกษาดำเนินการประกันคุณภาพภายในอย่างต่อเนื่องเป็นประจำทุกปี โดยเน้นผู้เรียน
เป็นสำคัญ ทั้งนี้ ด้วยการสนับสนุนจากหน่วยงานต้นสังกัดและการมีส่วนร่วมของชุมชน
                ข้อ 6 ให้สถานศึกษาจัดทำรายงานประจำปีที่เป็นรายงานประเมินคุณภาพภายในเสนอต่อคณะกรรมการสถานศึกษา หน่วยงานต้นสังกัด และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อพิจารณาและเปิดเผยรายงานนั้นต่อสาธารณชน
                ข้อ 7 สถานศึกษาต้องนำผลการประเมินคุณภาพทั้งภายในและภายนอกไปประกอบการจัดทำแผนการพัฒนาคุณภาพการศึกษาของสถานศึกษา
 
หมวด 2 ว่าด้วยเรื่อง การประกันคุณภาพภายในของสถานศึกษา 
ส่วนที่ 1 การศึกษาขั้นพื้นฐาน สาระสำคัญที่เกี่ยวข้องกับสถานศึกษา ได้แก่
                ข้อ 14 ให้สถานศึกษาขั้นพื้นฐานจัดให้มีระบบการประกันคุณภาพภายในตามหลักเกณฑ์และแนวปฏิบัติเกี่ยวกับการประกันคุณภาพภายในระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน โดยดำเนินการดังต่อไปนี้
1.       กำหนดมาตรฐานการศึกษาของสถานศึกษา
2.       จัดทำแผนพัฒนาการจัดการศึกษาของสถานศึกษาที่มุ่งคุณภาพตามมาตรฐานการศึกษาของสถานศึกษา
3.       จัดระบบบริหารและสารสนเทศ
4.       ดำเนินงานตามแผนพัฒนาการจัดการศึกษาของสถานศึกษา
 
5.       จัดให้มีการติดตามตรวจสอบคุณภาพการศึกษา
6.       จัดให้มีการประเมินคุณภาพภายในตามมาตรฐานการศึกษาของสถานศึกษา
7.       จัดทำรายงานประจำปีที่เป็นรายงานประเมินคุณภาพภายใน
8.       จัดให้มีการพัฒนาคุณภาพการศึกษาอย่างต่อเนื่อง
การดำเนินการประกันคุณภาพภายในตามวรรคหนึ่ง ให้สถานศึกษายึดหลักการมีส่วนร่วม
ของชุมชนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐและภาคเอกชน โดยการส่งเสริม สนับสนุนและกำกับดูแลของหน่วยงานต้นสังกัด
                                สถานศึกษาขั้นพื้นฐานที่ไม่สามารถปฏิบัติงานบางประการตามที่กำหนดในวรรคหนึ่งได้ ให้หน่วยงานต้นสังกัดหรือสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา แล้วแต่กรณี ประกาศผ่อนผันการปฏิบัติและวางแนวทางในการประกันคุณภาพภายในให้เหมาะสมกับสภาพการจัดการศึกษาของสถานศึกษานั้น แล้วรายงานให้รัฐมนตรีทราบ
                ข้อ 15 การกำหนดมาตรฐานการศึกษาของสถานศึกษาตามข้อ 14(1) ต้องสอดคล้องกับมาตรฐานการศึกษาของชาติ เอกลักษณ์ของสถานศึกษา และมาตรฐานการศึกษาระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานตามที่กระทรวงศึกษาธิการประกาศกำหนดและต้องครอบคลุมสาระการเรียนรู้และกระบวนการเรียนรู้ รวมทั้ง คำนึงถึงศักยภาพของผู้เรียน ชุมชนและท้องถิ่นด้วย
                ข้อ 16 การจัดทำแผนพัฒนาการจัดการศึกษาของสถานศึกษาตามข้อ 14(2) ให้ดำเนินการ ดังนี้
1.       ศึกษาสภาพปัญหาและความต้องการที่จำเป็นของสถานศึกษาอย่างเป็นระบบ
2.       กำหนดวิสัยทัศน์ พันธกิจ เป้าหมายและความสำเร็จของการพัฒนาไว้อย่างชัดเจนและเป็นรูปธรรม
3.     กำหนดวิธีดำเนินงานที่มีหลักวิชา ผลการวิจัย หรือข้อมูลเชิงประจักษ์ที่อ้างอิงได้ ให้ครอบคลุมการพัฒนาหลักสูตรสถานศึกษาด้านการจัดประสบการณ์การเรียนรู้ กระบวนการเรียนรู้ การส่งเสริมการเรียนรู้ การวัดและประเมินผล การพัฒนาบุคลากรและการบริหารจัดการ เพื่อนำไปสู่มาตรฐานการศึกษาที่กำหนดไว้
4.       กำหนดแหล่งวิทยากรภายนอกที่ให้การสนับสนุนทางวิชาการ
5.     กำหนดบทบาทหน้าที่ให้บุคลากรของสถานศึกษาและผู้เรียนรับผิดชอบและดำเนินงานตามที่กำหนดไว้อย่างมีประสิทธิภาพ
6.       กำหนดบทบาทหน้าที่และแนวทางการมีส่วนร่วมของบิดา มารดา ผู้ปกครองและองค์กรชุมชน
7.       กำหนดการใช้งบประมาณและทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ
8.       จัดทำแผนปฏิบัติการประจำปี
ข้อ 18 ให้หน่วยงานต้นสังกัดของสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน จัดให้มีการติดตาม ตรวจสอบคุณภาพ
การศึกษาอย่างน้อยหนึ่งครั้งในทุกสามปี และแจ้งผลให้สถานศึกษาทราบ รวมทั้งให้เปิดเผยผลการติดตามตรวจสอบคุณภาพการศึกษาต่อสาธารณชน
 
หมวด 3 ของกฎกระทรวงว่าด้วยเรื่อง การประกันคุณภาพภายนอก มีสาระสำคัญที่เกี่ยวข้องกับการประเมินคุณภาพภายนอก อาทิ
                ข้อ 37 การประกันคุณภาพภายนอก ให้คำนึงถึงจุดมุ่งหมายและหลักการ ดังต่อไปนี้
1.       เพื่อให้มีการพัฒนาคุณภาพการศึกษา
2.     ยึดหลักความเที่ยงตรง เป็นธรรมและโปร่งใส มีหลักฐานข้อมูลตามสภาพความเป็นจริงและมีความรับผิดชอบที่ตรวจสอบได้
3.     สร้างความสมดุลระหว่างเสรีภาพทางการศึกษากับจุดมุ่งหมายและหลักการศึกษาของชาติ โดยให้มีเอกภาพเชิงนโยบาย ซึ่งสถานศึกษาสามารถกำหนดเป้าหมายเฉพาะและพัฒนาคุณภาพการศึกษาให้เต็มตามศักยภาพของสถานศึกษาและผู้เรียน
4.       ส่งเสริม สนับสนุนและร่วมมือกับสถานศึกษาในการพัฒนาระบบการประกันคุณภาพภายในของสถานศึกษา
5.     ส่งเสริมการมีส่วนร่วมในการประเมินคุณภาพและพัฒนาการจัดการศึกษาของรัฐ เอกชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น บุคคล ครอบครัว องค์กรชุมชน องค์กรเอกชน องค์กรวิชาชีพ สถาบันศาสนา สถานประกอบการ และสถาบันสังคมอื่น
6.       ความเป็นอิสระ เสรีภาพทางวิชาการ เอกลักษณ์ ปรัชญา ปณิธาน วิสัยทัศน์ พันธกิจและเป้าหมายของสถานศึกษา
ข้อ 38 ในการประกันคุณภาพภายนอก ให้สำนักงานทำการประเมินคุณภาพภายนอกสถานศึกษาแต่ละ
แห่งตามมาตรฐานการศึกษาของชาติและครอบคลุมหลักเกณฑ์ ในเรื่องดังต่อไปนี้
1.       มาตรฐานที่ว่าด้วยผลการจัดการศึกษาในแต่ละระดับและประเภทการศึกษา
2.       มาตรฐานที่ว่าด้วยการบริหารจัดการศึกษา
3.       มาตรฐานที่ว่าด้วยการจัดการเรียนการสอนที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ
4.       มาตรฐานที่ว่าด้วยการประกันคุณภาพภายใน
ในกรณีที่มีความจำเป็นต้องทำการประเมินคุณภาพภายนอกจากมาตรฐานอื่นเพิ่มเติมจาก
มาตรฐานที่กำหนดในวรรคหนึ่ง ให้สำนักงานประกาศกำหนดมาตรฐานอื่นได้โดยความเห็นชอบของรัฐมนตรี
                ข้อ 39 วิธีการในการประกันคุณภาพภายนอก ให้เป็นไปตามระเบียบที่สำนักงานกำหนด
                ข้อ 40 ในกรณีที่ผลการประเมินคุณภาพภายนอก แสดงว่า ผลการจัดการศึกษาของสถานศึกษาไม่ผ่านเกณฑ์มาตรฐาน ให้สำนักงานแจ้งเป็นหนังสือพร้อมแสดงเหตุผลที่ไม่ผ่านเกณฑ์มาตรฐานแก่หน่วยงานต้นสังกัดและสถานศึกษานั้น และให้สถานศึกษานั้นปรับปรุงแก้ไขโดยจัดทำแผนพัฒนาคุณภาพและดำเนินการตามแผน เพื่อขอรับการประเมินใหม่ภายในสองปีนับแต่วันที่ได้รับแจ้งผลการประเมินครั้งแรก
                ให้สถานศึกษาเสนอแผนพัฒนาคุณภาพต่อสำนักงานเพื่อพิจารณาอนุมัติภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ได้รับแจ้งผลการประเมินตามวรรคหนึ่ง
..........................................................................................................................................................
 
 
 
                ข้อ 41 ในกรณีที่สถานศึกษาไม่ดำเนินการปรับปรุงแก้ไขภายในกำหนดเวลาตามข้อ 40 ให้สำนักงานรายงานต่อคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน คณะกรรมการการอาชีวศึกษาหรือคณะกรรมการการอุดมศึกษา หรือหน่วยงานต้นสังกัดอื่นแล้วแต่กรณีเพื่อพิจารณาสั่งการต่อไป
.........................................................................................................................................................
                ที่คัดมาเป็นเพียงส่วนหนึ่งของกฎกระทรวงว่าด้วยระบบ หลักเกณฑ์ และวิธีการประกันคุณภาพการศึกษา พ.ศ.2553 ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับสถานศึกษา ทั้งนี้ หากสถานศึกษาใดสนใจ สามารถหาอ่านกฎกระทรวงว่าด้วยระบบ หลักเกณฑ์และวิธีการประกันคุณภาพการศึกษา พ.ศ.2553 ฉบับเต็มได้ที่เว็บไซต์ของ สมศ. www.onesqa.or.th
 

ความเชื่อมโยงของการประเมินคุณภาพภายนอก รอบสาม กับกฎกระทรวงว่าด้วย ระบบ หลักเกณฑ์และวิธีการประกันคุณภาพการศึกษา พ.ศ. 2553

 
                ตามกฎกระทรวงว่าด้วย ระบบ หลักเกณฑ์ และวิธีการประกันคุณภาพการศึกษา พ.ศ.2553 ซึ่งมีสาระสำคัญที่ครอบคลุมทั้งระบบ ประกอบด้วย การประเมินคุณภาพภายใน การประเมินคุณภาพภายนอก การติดตามตรวจสอบคุณภาพการศึกษา และการพัฒนาคุณภาพการศึกษา กฎกระทรวงดังกล่าวได้กำหนดจุดมุ่งหมายและหลักการของการประกันคุณภาพภายนอกไว้ 6 ประการ และกำหนดกรอบมาตรฐานไว้ 4 เรื่อง

กฎกระทรวงฯ ข้อ 37
การขับเคลื่อนสู่คุณภาพ (รอบสาม)
1.       เพื่อให้มีการพัฒนาคุณภาพ
2.     ยึดหลักความเที่ยงตรง เป็นธรรม และโปร่งใส มีหลักฐานข้อมูลตามสภาพความเป็นจริง และมีความรับผิดชอบที่ตรวจสอบได้
3.     สร้างสมดุลระหว่างเสรีภาพทางการศึกษากับจุดมุ่งหมายและหลักการศึกษาของชาติ โดยมีเอกภาพเชิงนโยบาย ซึ่งสถานศึกษาสามารถกำหนดเป้าหมายเฉพาะและพัฒนาคุณภาพการศึกษาให้เต็มตามศักยภาพของสถานศึกษาและผู้เรียน
4.     ส่งเสริม สนับสนุน และร่วมมือกับสถานศึกษาในการพัฒนาระบบการประกันคุณภาพภายในของสถานศึกษา
5.     ส่งเสริมการมีส่วนร่วมในการประเมินคุณภาพและพัฒนาการจัดการศึกษาของรัฐ
1.     การประเมินเชิงบวกหรือการประเมินเชิงสร้างสรรค์
2.        การประเมินเพื่อสร้างความแตกต่าง
3.        การกำหนดตัวบ่งชี้ คำนึงถึง
      © การลดปริมาณตัวบ่งชี้ ให้เหลือเท่าที่จำเป็นแต่ยังคงมีอำนาจจำแนก (วัดสิ่งที่มี สิ่งที่เป็นไปได้ และสิ่งที่เป็นหัวใจ)
      © พิจารณาจากผลผลิต ผลลัพธ์และผลกระทบ มากกว่ากระบวนการ (ซึ่งเป็นภารกิจของการประเมินคุณภาพภายใน)
      © เป็นตัวบ่งชี้คุณภาพ มากกว่าปริมาณ มีทั้งเชิงบวกและเชิงลบ(เพื่อการบริหารความเสี่ยง)
      © เน้นดุลยภาพของศาสตร์ ทั้งวิทยาศาสตร์ สังคมศาสตร์ และมนุษยศาสตร์
      © วัฒนธรรม เงื่อนไขและข้อจำกัดของประเทศ โดยให้ความสำคัญกับความเป็นไทย จึง      

 

กฎกระทรวงฯ ข้อ 37
การขับเคลื่อนสู่คุณภาพ (รอบสาม)
                เอกชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น บุคคล
            ครอบครัว องค์กรชุมชน องค์กรเอกชน
            องค์กรวิชาชีพ สถาบันศาสนา สถาน
            ประกอบการ และสถาบันสังคมอื่น
6.       ความเป็นอิสระ เสรีภาพทางวิชาการ
      เอกลักษณ์ ปรัชญา ปณิธาน วิสัยทัศน์
      พันธกิจ และเป้าหมายของสถานศึกษา
กำหนดตัวบ่งชี้เป็น 3 ประเภท คือ
¨ตัวบ่งชี้พื้นฐาน หรือตัวบ่งชี้ขั้นต่ำที่ไม่เปลี่ยนแปลง เป็นเกณฑ์มาตรฐานจำเป็นของทุกสถาบัน
¨ตัวบ่งชี้อัตลักษณ์ โดยให้แต่ละสถาบันนำเสนอเอกลักษณ์ ตามปรัชญา ปณิธาน พันธกิจ และจุดเด่น ซึ่งเป็นความต่างของแต่ละสถาบัน
¨ตัวบ่งชี้มาตรการส่งเสริม เป็นตัวบ่งชี้ที่ปรับเปลี่ยนไปตามกาลเวลา ตามยุคสมัยหรือตามนโยบายภาครัฐ เพื่อให้สามารถตอบสนองนโยบายการขับเคลื่อนคุณภาพโดยรวม

 
                ž ระบบการประเมินคุณภาพภายนอก รอบสาม (พ.ศ.2554-2558) ระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน
1.   ข้อเสนอการปฏิรูปการศึกษาในทศวรรษที่สอง พ.ศ.2552-2561 ที่มุ่งเน้น
-          การพัฒนาคุณภาพและมาตรฐานการศึกษาและการเรียนรู้ของคนไทย
-          โอกาสทางการศึกษาและเรียนรู้
-          การส่งเสริมการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนของสังคมในการบริหารและจัดการศึกษา
2.       กฎกระทรวงว่าด้วยระบบ หลักเกณฑ์ และวิธีการประกันคุณภาพการศึกษา พ.ศ. 2553
ที่กำหนดให้มีความเชื่อมโยง IQA กับ EQA
3.   มติคณะกรรมการบริหาร สมศ. ครั้งที่ 4/2542 วันที่ 27-28 มิถุนายน 2552
      เรื่องสรุปจุดเน้นการประเมินคุณภาพภายนอก รอบสาม ที่มุ่งเน้น
-          การสร้างมาตรฐานและการประเมินคุณภาพของการจัดการศึกษา ควบคู่กับการพัฒนาทรัพยากรบุคคลในทุกระดับ
-       การกำหนดมาตรฐาน ตัวบ่งชี้ และกระบวนการประเมิน ควรมีทิศทางที่สอดคล้องกับการประเมินภายนอก การประเมินภายใน และการประกันคุณภาพ
-       การส่งเสริมให้มีการเชื่อมโยงผลจากการประเมินประสิทธิภาพ ประสิทธิผล กับระบบการเงิน และการจัดสรรทรัพยากรของประเทศ
-          การเผยแพร่ผลการประเมินคุณภาพและสิทธิภิภาพกการบริหารจัดการของแต่ละหน่วยงาน อย่างเป็นรูปธรรม
 
 
 

มาตรฐานเพื่อการประเมินคุณภาพภายนอก ระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน รอบสาม (พ.ศ.2554-2558)

 

 
(ร่าง) มาตรฐาน/ตัวบ่งชี้ การประกันคุณภาพภายในระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน 12 มาตรฐาน
มาตรฐานการประกันคุณภาพภายนอกตามกฎกระทรวงฯ
ข้อ 38
 
(ร่าง)มาตรฐานที่ปรับเปลี่ยนตามกรอบแนวคิดใหม่โดยพิจารณาถึงผลลัพธ์ของการศึกษาและกระบวนการจัดการศึกษาที่มีประสิทธิภาพ มี 8 ตัวบ่งชี้
 
กรอบการประเมินการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐาน การประเมินภายนอก
มาตรฐานที่ 1 ผู้เรียนมีคุณธรรม จริยธรรม และค่านิยมที่พึงประสงค์
มาตรฐานที่ 2 ผู้เรียนมีสุขภาวะที่ดีและมีสุนทรียภาพ
มาตรฐานที่ 3 ผู้เรียนมีทักษะในการแสวงหาความรู้ด้วยตนเอง รักการเรียนรู้ และพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่อง
มาตรฐานที่ 4 ผู้เรียนมีความสามารถในการคิดอย่างเป็นระบบ คิดสร้างสรรค์ ตัดสินใจแก้ปัญหาได้อย่างมีสติสมเหตุผล
มาตรฐานที่ 5 ผู้เรียนมีความรู้และทักษะที่จำเป็นตามหลักสูตร
มาตรฐานที่ 6 ผู้เรียนมีทักษะในการทำงาน รักการทำงาน สามารถทำงานร่วมกับผู้อื่นได้ และมีเจตคติที่ดีต่ออาชีพสุจริต
มาตรฐานที่ 7 สถานศึกษามีการจัดหลักสูตรและกระบวนการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ
มาตรฐานที่ 8 สถานศึกษามีการจัดกิจกรรมพัฒนาคุณภาพผู้เรียนอย่างหลากหลาย
 
มาตรฐานว่าด้วยผลการจัดการศึกษา
ด้านผลผลิต
1. ผู้เรียนมีคุณธรรม จริยธรรมและค่านิยมที่พึงประสงค์ (IQA มฐ.1)
2. ผู้เรียนมีสุขภาพกายและสุขภาพจิตที่ดี (IQA มฐ.2)
3. ผู้เรียนมีความใฝ่รู้ และเรียนรู้ด้วยตนเองอย่างต่อเนื่อง (IQA
มฐ.3)
4. ผู้เรียนคิดเป็น ทำเป็น และปรับตัวเข้ากับสังคมได้ (IQA
มฐ.4)
ด้านผลลัพธ์
5. ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของผู้เรียนและผู้เรียนมีการศึกษาต่อหรือประกอบอาชีพตามศักยภาพของผู้เรียนและบริบทของสถานศึกษา (IQA มฐ.5)
วงจรที่ 4 ผลการจัดการศึกษา
- คุณลักษณะ/คุณภาพของผู้สำเร็จการศึกษา(ดี สุข เก่ง)
- ทางเลือกของผู้สำเร็จการศึกษา
มาตรฐานว่าด้วยการจัดการเรียนการสอนที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ
ด้านการจัดการเรียนการสอน
6. ประสิทธิผลของการจัดการเรียนการสอนที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ (IQA มฐ.7,8,9)
วงจรที่ 1 การจัดการเรียนการสอนที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ ครอบคลุมครู/ผู้บริหารหลักสูตร/ตำรา และวิธีการเรียนการสอน

 
 

 
(ร่าง) มาตรฐาน/ตัวบ่งชี้ การประกันคุณภาพภายในระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน 12 มาตรฐาน
มาตรฐานการประกันคุณภาพภายนอกตามกฎกระทรวงฯ
ข้อ 38
 
(ร่าง)มาตรฐานที่ปรับเปลี่ยนตามกรอบแนวคิดใหม่โดยพิจารณาถึงผลลัพธ์ของการศึกษาและกระบวนการจัดการศึกษาที่มีประสิทธิภาพ มี 8 ตัวบ่งชี้
 
กรอบการประเมินการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐาน การประเมินภายนอก
มาตรฐานที่ 9 สถานศึกษามีการจัดสภาพแวดบ้อมและการบริการที่
ส่งเสริมให้ผู้เรียนพัฒนาตามธรรมชาติเต็มศักยภาพ
มาตรฐานที่ 10 สถานศึกษามีการประกันคุณภาพภายในของสถานศึกษาตามที่กำหนดในกฎกระทรวง
มาตรฐานที่ 11 ผู้บริหาร ครู และคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน ปฏิบัติงานตามบทบาทหน้าที่อย่างมีประสิทธิภาพ เกิดประสิทธิผล
มาตรฐานที่ 12 สถานศึกษามีการสร้าง ส่งเสริม สนับสนุน ให้สถานศึกษาเป็นสังคมแห่งการเรียนรู้
มาตรฐานว่าด้วยการบริหารจัดการศึกษา
ด้านการบริหารจัดการ
7. ประสิทธิภาพของการบริหารจัดการและการพัฒนาสถานศึกษา (IQA มฐ 11,12)
วงจรที่ 2 การประกันคุณภาพในมิติของการบริหารจัดการและทรัพยากร ได้แก่ บุคลากร และสิ่งอำนวยความสะดวกเพื่อการศึกษา
มาตรฐานว่าด้วยการประกันคุณภาพภายใน
ด้านการประกันคุณภาพภายใน
8. การประกันคุณภาพภายในโดยสถานศึกษาและต้นสังกัดเป็นไปตามกฎกระทรวง (IQA มฐ.10)
วงจรที่ 3 การประกันคุณภาพภายใน
- ผลจากระบบการประกันคุณภาพภายใน(วางแผน ดำเนินการติดตาม และปรับปรุง)งานการจัดการศึกษาของสถานศึกษา โดยมีการตรวจสอบยืนยันจากต้นสังกัด

 
 
 
 
 

ใครทำหน้าที่อะไร ในระบบการประกันคุณภาพ

 

หน่วยงาน
บทบาท
ความหมาย
สถานศึกษา
การประกันคุณภาพภายใน (Internal control)
ให้สถานศึกษาขั้นพื้นฐานจัดให้มีระบบการประกันคุณภาพภายในตามหลักเกณฑ์ และแนวปฏิบัติเกี่ยวกับการประกันคุณภาพภายในระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน
หน่วยงานต้นสังกัด
การประเมินคุณภาพภายใน (Internal Audit)
“การประเมินคุณภาพภายใน” หมายความว่า การประเมินคุณภาพการจัดการศึกษา การติดตาม และการตรวจสอบคุณภาพและมาตรฐานการศึกษาของสถานศึกษาที่กระทรวงศึกษาธิการประกาศกำหนดสำหรับการประกันคุณภาพภายใน ซึ่งกระทำโดยบุคลากรของสถานศึกษานั้น หรือโดยหน่วยงานต้นสังกัดที่มีหน้าที่กำกับดูแลสถานศึกษา
สมศ.
การประเมินคุณภาพภายนอก
“การประเมินคุณภาพภายนอก” หมายความว่า การประเมินคุณภาพการจัดการศึกษา การติดตาม และการตรวจสอบคุณภาพและมาตรฐานการศึกษาของสถานศึกษา ซึ่งกระทำโดย สำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา(องค์การมหาชน) หรือ ผู้ประเมินภายนอก

 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 

มาตรฐานว่าด้วยผลการจัดการศึกษา

 

 
 
เป้าหมาย
 
การประกันคุณภาพภายใน(Internal control) โดยสถานศึกษา
 
การประเมินภายใน (Internal Audit) โดยเขตพื้นที่/ต้นสังกัด
การประเมินคุณภาพภายนอก (External Audit) โดย สมศ.
ม.6 การจัดการศึกษาต้องเป็นไปเพื่อพัฒนาคนไทยให้เป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ทั้งร่างกาย จิตใจ สติปัญญา ความรู้ และคุณธรรม มีจริยธรรมและวัฒนธรรมในการดำรงชีวิตสามารถอยู่ร่วมกับผู้อื่นได้อย่างมีความสุข
สถานศึกษาวางระบบประกันคุณภาพภายในเพื่อพัฒนาคุณภาพและมาตรฐานของผู้สำเร็จการศึกษาตามหลักสูตร ได้แก่
¨การเตรียมความพร้อมให้ผู้เรียนก่อนเข้ารับการศึกษา โดยเฉพาะเมื่อเปลี่ยนช่วงชั้น
¨การเตรียมหลักสูตร ตำรา รวมทั้งพัฒนาครูผู้สอนในแต่ละกลุ่มสาระให้จัดการเรียนการสอนให้ผู้เรียนได้เรียนรู้และพัฒนาตนเองตามศักยภาพ
¨การจัดการเรียนการสอนเน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ และจัดระบบการดูแลช่วยเหลือผู้เรียน
¨การประกันคุณภาพผู้สำเร็จการศึกษาตามหลักสูตรและผลที่คาดหวังจากการจัดการศึกษาในแต่ละช่วงชั้น(ประถมศึกษา มัธยมศึกษาตอนต้น และมัธยมศึกษาตอนปลาย)
¨การประกันการศึกษาต่อตามศักยภาพ/การมีงานทำของผู้สำเร็จการศึกษา
ทำหน้าที่ ติดตาม ตรวจสอบและประเมินผลการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐาน โดยพิจารณาจากประสิทธิผลของผลผลิตและผลลัพธ์
ประสิทธิผลของผลผลิต ได้แก่
1. จำนวนผู้สำเร็จการศึกษา
2. ระดับความรู้และทักษะ ได้ตามมาตรฐานขั้นพื้นฐานตามที่ประกาศ ได้แก่
มฐ.1 ผู้เรียนมีคุณธรรม จริยธรรม และค่านิยมที่พึงประสงค์
มฐ.2 ผู้เรียนมีสุขภาวะที่ดีและมีสุนทรียภาพ
มฐ.3 ผู้เรียนมีทักษะในการแสวง
หาความรู้ด้วยตนเอง รักการเรียนรู้ และพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่อง
มฐ.4 ผู้เรียนมีความสามารถในการคิดอย่างเป็นระบบ คิดสร้างสรรค์ ตัดสินใจแก้ปัญหาได้อย่างมีสติสมเหตุผล
มฐ.6 ผู้เรียนมีทักษะในการทำงาน รักการทำงาน สามารถทำงานร่วมกับผู้อื่นได้ และมีเจตคติที่ดีต่ออาชีพสุจริต
3. ผู้เรียนมีคุณลักษณะที่พึงประสงค์ตามหลักสูตร
มฐ.5 ผู้เรียนมีความรู้และทักษะที่จำเป็นตามหลักสูตร
ประสิทธิผลของผลลัพธ์ ได้แก่
- การศึกษาต่อเนื่อง
- การมีงานทำและอัตราเงินเดือน
มาตรฐานว่าด้วยผลการจัดการศึกษา พิจารณาจากคุณภาพและมาตรฐานของผู้สำเร็จการศึกษา
ด้านผลผลิต
1. ผู้เรียนมีคุณธรรม จริยธรรม และค่านิยมที่พึงประสงค์
2. ผู้เรียนมีสุขภาพกายและสุขภาพจิตที่ดี
3. ผู้เรียนมีความใฝ่รู้ และเรียนรู้ด้วยตนเองอย่างต่อเนื่อง
4. ผู้เรียนคิดเป็น ทำเป็น และปรับตัวเข้ากับสังคมได้
ด้านผลลัพธ์
5. ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของผู้เรียนและผู้เรียนมีการศึกษาต่อหรือประกอบอาชีพตามศักยภาพของผู้เรียนและบริบทของสถานศึกษา

 

มาตรฐานว่าด้วยการจัดการเรียนการสอนที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ

 

 
 
เป้าหมาย
 
การประกันคุณภาพภายใน(Internal control) โดยสถานศึกษา
การประเมินภายใน (Internal Audit) โดยเขตพื้นที่/ต้นสังกัด
การประเมินคุณภาพภายนอก (External Audit) โดย สมศ.
ม.24 จัดสาระและเนื้อหาที่สอดคล้องกับความสนใจและความถนัดของผู้เรียน โดยคำนึงถึงความแตกต่างระหว่างบุคคล ฝึกทักษะเรียนรู้จากประสบการณ์จริง จัดการเรียนการสอนอย่างผสมผสาน จัดบรรยากาศ เกิดการเรียนรู้ทุกสถานการณ์
ระบบประกันคุณภาพการจัดการเรียนการสอนของครูและการสนับสนุนของผู้บริหาร พิจารณาจาก ครูสามารถจัดการเรียนการสอนอย่างมีประสิทธิภาพและเน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ มี 8 ข้อ ดังนี้
1. การกำหนดเป้าหมายที่ต้องการให้เกิดขึ้นกับผู้เรียน ด้านความรู้ ทักษะกระบวนการที่เป็นความคิดรวบยอด หลักการและความสัมพันธ์ รวมทั้งคุณลักษณะอันพึงประสงค์
2. การศึกษาวิเคราะห์ผู้เรียนเป็นรายบุคคลแล้วนำข้อมูลมาใช้ในการวางแผนการจัดการเรียนรู้ที่ท้าทายความสามารถของผู้เรียน
3. การวางแผนการจัดการเรียนรู้ที่ตอบสนองความแตกต่างระหว่างบุคคลและพัฒนาการทางสมอง เพื่อนำผู้เรียนไปสู่เป้าหมาย
4. การจัดบรรยากาศที่เอื้อต่อการเรียนรู้และดูแลช่วยเหลือผู้เรียนให้เกิดการเรียนรู้
5. การจัดเตรียมและเลือกใช้สื่อให้เหมาะสมกับกิจกรรม นำภูมิปัญญาท้องถิ่น เทคโนโลยีที่เหมาะสมมาประยุกต์ใช้ในการจัดการเรียนการสอน
6. การประเมินความก้าวหน้าของผู้เรียนด้วยวิธีการที่หลากหลาย เหมาะสมกับธรรมชาติของวิชาและระดับพัฒนาการของผู้เรียน รวมทั้ง การวางเงื่อนไขให้ผู้เรียนประเมินความก้าวหน้าของตนเองและนำมาใช้ปรับปรุงและพัฒนาตนเอง
7. การวิเคราะห์ผลการประเมินและนำมาใช้ในการซ่อมเสริมและพัฒนาผู้เรียน รวมทั้งปรับปรุงการจัดการเรียนการสอน
8. การศึกษาค้นคว้า วิจัย เพื่อพัฒนาสื่อและกระบวนการจัดการเรียนรู้
ประสิทธิผลของการจัดการเรียนการสอนที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ พิจารณาจากมาตรฐานการจัดการเรียนการสอนที่กระทรวงศึกษาธิการประกาศ ได้แก่
มาตรฐานที่ 7 สถานศึกษามีการจัดหลักสูตร และกระบวนการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ (มาตรฐานหลักสูตร)
มาตรฐานที่ 8 สถานศึกษามีการจัดกิจกรรมพัฒนาคุณภาพผู้เรียนอย่างหลากหลาย(มาตรฐานการจัดการเรียนการสอน)
มาตรฐานที่ 9 สถานศึกษามีการจัดสภาพแวดล้อมและการบริการที่ส่งเสริมให้ผุ้เรียนพัฒนาตามธรรมชาติเต็มศักยภาพ(ความพร้อมของทรัพยากรการเรียนการสอนและสิ่งอำนวยความสะดวก)
มาตรฐานว่าด้วยการจัดการเรียนการสอนที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ พิจารณาจากมาตรฐานการจัดการเรียนการสอน
ด้านการจัดการเรียนการสอน
6. ประสิทธิผลของการจัดการเรียนการสอนที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ
พิจารณาจาก
1) แผนการจัดการเรียนรู้ของครู ตาม ข้อ 1. - ข้อ 3. ในประกันคุณภาพภายในของสถานศึกษา
2) กระบวนการจัดการเรียนการสอนของครูตาม ข้อ 4. – ข้อ 8. ในประกันคุณภาพภายในของสถานศึกษา
3) การสนับสนุนของผู้บริหารในการส่งเสริมให้ครูสอนเน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ
4) การพัฒนาผุ้เรียนจากผลการสอนของครู

 
 

มาตรฐานว่าด้วยการบริหารจัดการ

 

 
 
 
เป้าหมาย
 
การประกันคุณภาพภายใน(Internal control) โดยสถานศึกษา
 
การประเมินภายใน (Internal Audit) โดยเขตพื้นที่/ต้นสังกัด
 
การประเมินคุณภาพภายนอก (External Audit) โดย สมศ.
มาตรา 39 ให้กระทรวงกระจายอำนาจการบริหารและการจัดการศึกษา ทั้งด้านวิชาการ งบประมาณ การบริหารงานบุคคล และการบริหารทั่วไป ไปยังคณะกรรมการ และสำนักงานการศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม เขตพื้นที่การศึกษา และสถานศึกษาในเขตพื้นที่การศึกษาโดยตรง หลักเกณฑ์และวิธีการกระจายอำนาจดังกล่าว ให้เป็นไปตามที่กำหนดในกฎกระทรวง
การประกันคุณภาพในมิติของการบริหารจัดการและทรัพยากร
¨การบริหารจัดการด้วยหลักธรรมภิบาล
¨มาตรฐานหลักสูตร/ตำรา
¨คุณภาพครู
¨ความพร้อมของทรัพยากรและสิ่งอำนวยความสะดวกเพื่อการเรียนการสอน
¨การพัฒนาระบบข้อมูลสารสนเทศเพื่อการบริหารและการจัดการเรียนการสอน
ประสิทธิผลของการบริหารจัดการ พิจารณาจากมาตรฐานการบริหารจัดการที่กระทรวง
ศึกษาธิการประกาศ ได้แก่
มาตรฐานที่ 11 ผู้บริหาร ครู และคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน ปฏิบัติงานตามบทบาทหน้าที่อย่างมีประสิทธิภาพเกิดประสิทธิผล
มาตรฐานที่ 12 สถานศึกษามีการสร้าง ส่งเสริม สนับสนุน ให้สถานศึกษาเป็นสังคมแห่งการเรียนรู้
 
มาตรฐานว่าด้วยการบริหารจัดการ พิจารณาจากระดับความสำเร็จของการบริหารจัดการด้วยหลักธรรมภิบาล
ด้านการบริหารจัดการ
7. ประสิทธิภาพของการบริหารจัดการและพัฒนาสถานศึกษา พิจารณาจาก
    7.1 บทบาทของคณะ
กรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน
    7.2 ความสามารถในการบริหารจัดการของผู้บริหาร
    7.3 สถานศึกษามีครูเพียงพอและครูมีจรรยาบรรณวิชาชีพ
    7.4 การบริหารทรัพยากรและสิ่งอำนวยความสะดวกเพื่อการเรียนการสอน

 
 
 
 
 
 

มาตรฐานว่าด้วยการประกันคุณภาพภายใน

 

 
 
 
เป้าหมาย
 
 
การประกันคุณภาพภายใน
(Internal control) โดยสถานศึกษา
การประเมินภายใน (Internal Audit) โดยเขตพื้นที่/ต้นสังกัด
การประเมินคุณภาพภาย
นอก (External Audit) โดย สมศ.
มาตรา 48 ให้หน่วยงานต้นสังกัดและสถานศึกษาจัดให้มีระบบการประกันคุณภาพภายในสถานศึกษาและให้ถือว่าการประกันคุณภาพภายในเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการบริหารการศึกษาที่ต้องดำเนินการอย่างต่อเนื่อง โดยมีการจัดทำรายงานประจำปีเสนอต่อหน่วยงานต้นสังกัด หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และเปิดเผยต่อสาธารณชน เพื่อนำไปสู่การพัฒนาคุณภาพและมาตรฐานการศึกษา และเพื่อรองรับการประกันคุณภาพภายนอก
กฎกระทรวงข้อ 14 ให้สถานศึกษาขั้นพื้นฐานจัดให้มีระบบการประกันคุณภาพภายในตามหลักเกณฑ์และแนวปฏิบัติเกี่ยวกับการประกันคุณภาพภายในระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน โดยดำเนินการดังต่อไปนี้
1. กำหนดมาตรฐานการศึกษาของสถานศึกษา(ครูและบุคลากรทางการศึกษา หลักสูตร/ตำรา วิธีการเรียนการสอน สิ่งอำนวยความสะดวกเพื่อการศึกษา)
2. จัดทำแผนพัฒนาการจัดการศึกษาของสถานศึกษาที่มุ่งคุณภาพตามมาตรฐานการศึกษาของสถานศึกษา
3. จัดระบบบริหารและสารสนเทศ
4. ดำเนินงานตามแผนพัฒนาการจัดการศึกษาของสถานศึกษา
5. จัดให้มีการติดตามตรวจสอบคุณภาพการศึกษา
6. จัดให้มีการประเมินคุณภาพภายในตามมาตรฐานการศึกษาของสถานศึกษา
7. จัดทำรายงานประจำปีที่เป็นรายงานประเมินคุณภาพภายใน
8. จัดให้มีการพัฒนาคุณภาพการศึกษาอย่างต่อเนื่อง
     การดำเนินการตามวรรคหนึ่ง ให้สถานศึกษายึดหลักการมีส่วนร่วมของชุมชนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐและภาคเอกชน โดยการส่งเสริม สนับสนุน และกำกับดูแลของหน่วยงานต้นสังกัด
     สถานศึกษาขั้นพื้นฐานที่ไม่สามารถปฏิบัติงานบางประการตามที่กำหนดในวรรคหนึ่งได้ ให้หน่วยงานต้นสังกัดหรือสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา แล้วแต่กรณีประกาศผ่อนผันการปฏิบัติและวางแนวทางในการประกันคุณภาพภายในให้เหมาะสมกับสภาพการจัดการศึกษาของสถานศึกษา นั้นแล้วรายงานให้รัฐมนตรีทราบ
ผลของการประกันคุณภาพภายใน พิจารณาจาก มาตรฐานการประกันคุณภาพภายในที่กระทรวง
ศึกษาธิการประกาศ ได้แก่
มาตรฐานที่ 10 สถานศึกษามีการประกันคุณภาพภายในของสถาน
ศึกษาตามที่กำหนดในกฎกระทรวง
กฎกระทรวงข้อ 14 ให้หน่วยงานต้นสังกัดของสถาน
ศึกษาขั้นพื้นฐานจัดให้มีการติดตามตรวจสอบคุณภาพการศึกษาอย่างน้อยหนึ่งครั้งในทุกสามปีและแจ้งผลให้สถานศึกษาขั้นพื้นฐานทราบ รวม
ทั้ง ให้เปิดเผยผลการติดตามตรวจ
สอบคุณภาพการ
ศึกษาต่อสาธารณชน
มาตรฐานว่าด้วยการ การประกันคุณภาพภายใน พิจารณาจาก ผลการประกันคุณภาพภายในที่ต้นสังกัดให้การรับรอง
ด้านการประกันคุณภาพ
8. การประกันคุณภาพภายในโดยสถานศึกษาและต้นสังกัดเป็นไปตามกฎกระทรวง

 
 
                                                                                                              

การประเมินคุณภาพภายนอก รอบสาม (พ.ศ.2554-2558) ระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน

 
ตามกฎกระทรวงว่าด้วยระบบ หลักเกณฑ์ และวิธีการประกันคุณภาพการศึกษา พ.ศ.2553 4 มาตรฐาน คือ
1. ผลการจัดการศึกษา 2. การจัดการเรียนการสอนที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ 3. การบริหารจัดการศึกษา และ
4. การประกันคุณภาพภายใน ประกอบด้วยตัวบ่งชี้ ดังนี้
 

 
 
 
 
 
 
 
 
ตัวบ่งชี้พื้นฐาน
ด้านผลผลิต
1.       ผู้เรียนมีคุณธรรม จริยธรรมและค่านิยมที่พึงประสงค์
2.       ผู้เรียนมีสุขภาพกายและสุขภาพจิตที่ดี
3.       ผู้เรียนมีความฝี่รู้ และเรียนรู้ด้วยตนเองอย่างต่อเนื่อง
4.       ผู้เรียนคิดเป็น ทำเป็น และปรับตัวเข้ากับสังคมได้
ด้านผลลัพธ์
      5.    ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของผู้เรียน และผู้เรียนมีการศึกษาต่อหรือประกอบอาชีพตามศักยภาพของผู้เรียนและบริบทของสถานศึกษา
ด้านการจัดการเรียนการสอน
      6.    ประสิทธิผลของการจัดการเรียนการสอนที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ
ด้านบริหารจัดการ
      7.    ประสิทธิภาพของการบริหารจัดการและการพัฒนาสถานศึกษา
ด้านการประกันคุณภาพ
      8.    การประกันคุณภาพภายในโดยสถานศึกษาและต้นสังกัดเป็นไปตามกฎกระทรวง
 
ตัวบ่งชี้อัตลักษณ์
      9.    การพัฒนาสถานศึกษาให้บรรลุเป้าหมายตามวัตถุประสงค์ของการจัดตั้ง หรือจุดเด่น หรือลักษณะพิเศษของประเภทโรงเรียน
 
 
 
ตัวบ่งชี้มาตรการส่งเสริม
      10.   มาตรการส่งเสริมเพื่อพัฒนาสถานศึกษาเข้าสู่มาตรฐาน รักษามาตรฐาน และยกระดับมาตรฐาน โดยการกำหนดมาตรฐานร่วมกันกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ตามข้อตกลงในการดำเนินงานและการใช้ทรัพยากรกับรัฐบาล เพื่อให้สอดคล้องกับแนวทาง
การปฏิรูปการศึกษา
      11.   มาตรการส่งเสริมการพัฒนาผู้เรียนให้มีทักษะชีวิตที่ดี มีภูมิคุ้มกัน เพื่อการเป็นพลเมืองที่มีคุณค่าของสังคม สอดคล้องกับแนวทางการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ที่ยั่งยืน
 

 
ž การประเมินคุณภาพภายนอก รอบสาม 
                 จะทำการประเมินเริ่มตั้งแต่เดือนมิถุนายน พ.ศ.2554-2558
 
 
                     การประเมินรอบสาม มี 4 มาตรฐาน ตามกฎกระทรวงว่าด้วยระบบ หลักเกณฑ์ และวิธีการประกันคุณภาพการศึกษา พ.ศ.2553 มี 3 กลุ่มตัวบ่งชี้ ได้แก่ ตัวบ่งชี้พื้นฐาน (8 ตัวบ่งชี้)  ตัวบ่งชี้อัตลักษณ์   (2 ตัวบ่งชี้) และตัวบ่งชี้มาตรการส่งเสริม (2 ตัวบ่งชี้) รวมสามกลุ่ม มี 12 ตัวบ่งชี้หลักและ 19 ตัวบ่งชี้ย่อย
ž ขั้นตอนการประเมินภายนอก มีขั้นตอนใหญ่ ๆ 3 ขั้นตอน ดังนี้
1.       ขั้นตอนก่อนการตรวจเยี่ยมสถานศึกษา ก่อนการตรวจเยี่ยม คณะผู้ประเมินภายนอกต้อง
รวบรวมข้อมูลของสถานศึกษา เช่น รายงานการประเมินตนเองของสถานศึกษา แล้วนำมาศึกษาวิเคราะห์และกำหนดขอบเขตการประเมินภายนอก ต่อจากนั้นจึงนัดวันที่จะตรวจเยี่ยมสถานศึกษา
2.       ขั้นตอนระหว่างการตรวจเยี่ยมสถานศึกษา เมื่อคณะผู้ประเมินภายนอกไปถึงสถานศึกษา
แล้วต้องมีการชี้แจงวัตถุประสงค์ในการตรวจเยี่ยม มีการสร้างความคุ้นเคยระหว่างคณะผู้ประเมินและบุคลากรของสถานศึกษา มีการสังเกต สัมภาษณ์ และ/หรือดูเอกสารต่าง ๆ ของสถานศึกษา ในการตรวจเยี่ยมจะดำเนินการในลักษณะกัลยาณมิตร ทำการวิเคราะห์ข้อมูลที่ได้และนำเสนอผลการตรวจเยี่ยมด้วยวาจาต่อสถานศึกษา
3.       ขั้นตอนหลังการตรวจเยี่ยมสถานศึกษา คณะผู้ประเมินภายนอกต้องเขียนรายงานการตรวจ
เยี่ยมสถานศึกษา และส่งให้สถานศึกษาตรวจสอบและโต้แย้ง ตลอดจนอาจมีการปรับปรุงแก้ไขรายงานที่สมบูรณ์ก่อนที่ สมศ.จะเผยแพร่ต่อสาธารณชน ทั้งนี้จะเป็นไปตามรายละเอียดของขั้นตอนที่ สมศ.กำหนด
 
ž การประเมินคุณภาพภายนอกรอบสาม (พ.ศ.2554-2558)
      ระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน ได้มีการพัฒนาตัวบ่งชี้ 3 กลุ่มตัวบ่งชี้ คือ กลุ่มตัวบ่งชี้พื้นฐาน กลุ่มตัวบ่งชี้อัตลักษณ์ และกลุ่มตัวบ่งชี้มาตรการส่งเสริม ให้สอดคล้องกับกฎกระทรวงว่าด้วยระบบ หลักเกณฑ์ และวิธีการประกันคุณภาพการศึกษา พ.ศ.2553 ข้อ 38 กำหนดให้สำนักงานทำการประเมินคุณภาพภายนอกสถานศึกษาแต่ละแห่งตามมาตรฐานการศึกษาของชาติและครอบคลุมหลักเกณฑ์ในเรื่องดังต่อไปนี้
1.       มาตรฐานที่ว่าด้วยผลการจัดการศึกษาในแต่ละระดับและประเภทการศึกษา
2.       มาตรฐานที่ว่าด้วยการบริหารจัดการศึกษา
3.       มาตรฐานที่ว่าด้วยการจัดการเรียนการสอนที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ
4.       มาตรฐานที่ว่าด้วยการประกันคุณภาพภายใน
 
ž การประเมินรอบสามจะตัดสินผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ดังนี้
      ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของผู้เรียน หมายถึง ผู้เรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนระดับดีและมี
พัฒนาการทางการเรียนรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ ในระดับชั้น ป.3, ป.6, ม.3 และ ม.6
                      ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนระดับดี หมายถึง ร้อยละของผู้เรียนที่ได้คะแนนผลการทดสอบของสถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ (สทศ.) (O-NET) มากกว่าขีดจำกัดล่างของค่าเฉลี่ยผลการทดสอบในแต่ละกลุ่มสาระการเรียนรู้ในระดับชั้น ป.3, ป.6, ม.3 และ ม.6
                      ขีดจำกัดล่าง หมายถึง คะแนนต่ำสุดของคะแนนเฉลี่ยแต่ละชั้นและวิชา โดยค่าขีดจำกัดล่าง คำนวณจากสูตร ดังนี้
 
 
                                                 - (2.58 x SD.)
                                                                     
                                      คือ ค่าเฉลี่ยของคะแนนในวิชาและชั้นที่สอบ O-NET
                                   SD.      คือ ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน
                                     n         คือ จำนวนผู้เข้าสอบในแต่ละวิชาและชั้นที่สอน O-NET
                      พัฒนาการทางการเรียนรู้ หมายถึง สถานศึกษามีค่าเฉลี่ยของคะแนนผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของผู้เรียนในทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ในระดับดี สูงขึ้นเมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ยในปีที่ผ่านมา
                      ประกอบด้วย 8 ตัวบ่งชี้ย่อย คือ

ลำดับ
ที่
 
ตัวบ่งชี้
น้ำหนักจากผลสัมฤทธิ์(คะแนน)
น้ำหนักจากคะแนนพัฒนาการ(คะแนน)
น้ำหนัก
รวม(คะแนน)
5.1
ผู้เรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนกลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ในระดับชั้น ป.3, ป.6, ม.3 และ ม.6
 
2.0
 
0.5
 
2.5
5.2
ผู้เรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนกลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ ในระดับชั้น ป.3, ป.6, ม.3 และ ม.6
 
2.0
 
0.5
 
2.5
5.3
ผู้เรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนกลุ่มสาระการเรียนรู้
วิทยาศาสตร์ ในระดับชั้น ป.3, ป.6, ม.3 และ ม.6
 
2.0
 
0.5
 
2.5
5.4
ผู้เรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนกลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม ในระดับชั้น ป.3, ป.6, ม.3 และ ม.6
 
2.0
 
0.5
 
2.5
5.5
ผู้เรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนกลุ่มสาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษา ในระดับชั้น ป.3, ป.6, ม.3 และ ม.6
 
2.0
 
0.5
 
2.5
5.6
ผู้เรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนกลุ่มสาระการเรียนรู้ศิลปะในระดับชั้น ป.3, ป.6, ม.3 และ ม.6
 
2.0
 
0.5
 
2.5
5.7
ผู้เรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนกลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี ในระดับชั้น ป.3, ป.6, ม.3 และ ม.6
 
2.0
 
0.5
 
2.5
5.8
ผู้เรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนกลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ ในระดับชั้น ป.3, ป.6, ม.3 และ ม.6
 
2.0
 
0.5
 
2.5
รวมคะแนน
16.0
4.0
20.0

                 
 
 
 
 
 
 
                ž ระดับของการตัดสินผลการประเมินคุณภาพภายนอก รอบสาม แบ่งคะแนนเป็น 5 ช่วง ดังนี้

ช่วงคะแนน
ระดับคุณภาพ
4.51-5.00
ดีมาก
3.51-4.50
ดี
2.51-3.50
พอใช้
1.51-2.50
ควรปรับปรุง
0.00-1.50
ต้องปรับปรุง

    
 
                ž เกณฑ์การรับรองมาตรฐานคุณภาพภายนอกรอบสาม 
                      สถานศึกษาระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานที่จะได้รับการรับรองมาตรฐานคุณภาพ ในการประเมินคุณภาพภายนอกรอบสาม (พ.ศ.2554-2558) ระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน จาก สมศ.จะต้องมีผลการประเมินคุณภาพภายนอกตามหลักเกณฑ์ที่ สมศ.กำหนด ดังนี้
1.       การรับรองมาตรฐานระดับตัวบ่งชี้
1)      มีคะแนนเฉลี่ยรวมตัวบ่งชี้พื้นฐาน ตั้งแต่ 4.00 คะแนนขึ้นไป
2)      มีตัวบ่งชี้ย่อยอย่างน้อย 20 ตัวบ่งชี้ที่ต้องมีคะแนนแต่ละตัวบ่งชี้ ตั้งแต่ 3.75 คะแนนขึ้นไป
3)      ไม่มีตัวบ่งชี้ย่อยตัวใดมีคะแนนต่ำกว่า 2.51 คะแนน
2.       การรับรองมาตรฐานในภาพรวม
1)      สถานศึกษามีค่าเฉลี่ยผลการประเมินคุณภาพภายนอกในระดับสถานศึกษา ตั้งแต่ 4.00 คะแนนขึ้นไป
2)    สถานศึกษามีค่าเฉลี่ยผลการประเมินคุณภาพภายนอกในระดับดีขึ้นไป (มีคะแนนตั้งแต่ 3.75 คะแนนขึ้นไป) ไม่ต่ำกว่า 3 มาตรฐานใน 4 มาตรฐาน
3)      สถานศึกษาไม่มีมาตรฐานใดอยู่ในระดับปรับปรุง (มีคะแนนน้อยกว่า 2.51 คะแนน)
 
ž การประเมินคุณภาพของสถานศึกษาแบบโดดเด่น
                      การประเมินคุณภาพของสถานศึกษาแบบโดดเด่น คือ แนวทาง “1 ช่วย 9” (1 สถานศึกษา ช่วย 9 สถานศึกษา) กล่าวคือ สถานศึกษาที่ขอรับการประเมินจะต้องเป็นแกนนำให้สถานศึกษาที่อยู่ในเครือข่ายการพัฒนาอีก 9 แห่ง ให้ก้าวสู่สถานศึกษาที่มีคุณภาพและได้รับการรับรองมาตรฐานจาก สมศ. จากการประเมินคุณภาพภายนอกรอบสาม โดยมีเงื่อนไขในการขอรับการประเมิน ดังนี้
1.       เป็นการประเมินระดับสถานศึกษาตามความสมัครใจ โดยสถานศึกษาเป็นผู้ขอรับการประเมินเอง
2.     สถานศึกษาที่ขอรับการประเมินจะต้องได้รับการรับรองมาตรฐานคุณภาพจาก สมศ. ทุกระดับชั้นที่เปิดสอน และมีผลการประเมินในภาพรวมระดับดีมากเท่านั้น จากการประเมินคุณภาพภายนอกรอบสอง (พ.ศ.2549-2553)
 
3.     สถานศึกษาที่อยู่ในเครือข่ายการพัฒนาของสถานศึกษาที่ขอรับการประเมินแบบโดดเด่น ต้องเป็นสถานศึกษาที่มีผลการประเมินคุณภาพภายนอกรอบสอง ในระดับควรปรับปรุงหรือระดับพอใช้ หรือระดับดีเท่านั้น
4.     สถานศึกษาที่ขอรับการประเมินแบบโดดเด่นจะได้รับการประเมินคุณภาพภายนอกรอบสามตามปกติ ดังนั้น สถานศึกษาที่จอรับการประเมินแบบโดดเด่นจะต้องจัดทำรายงานการประเมินตนเองให้ครอบคลุมประเด็นตามแนวทางการขอรับการประเมินแบบโดดเด่น และตามมาตรฐานตัวบ่งชี้อื่น ๆ ที่สถานศึกษาใช้รายงานต่อหน่วยงานต้นสังกัดและจัดส่งมายัง สมศ.เพื่อรับการประเมินคุณภาพภายนอกรอบสามตามปกติ 
5.     สถานศึกษา จำนวน 9 แห่ง ในเครือข่ายการพัฒนาของสถานศึกษาที่ขอรับการประเมินแบบโดดเดนจะได้รับการประเมินคุณภาพภายนอกรอบสาม ตามมาตรฐาน ตัวบ่งชี้ และเกณฑ์การพิจารณาตามกรอบการประเมินคุณภาพภายนอกรอบสามเช่นเดียวกับสถานศึกษาอื่น ๆ ซึ่งจะต้องมีผลการประเมินคุณภาพภายนอกรอบสามเพิ่มขึ้น ครบทั้ง 9 แห่ง
6.     สถานศึกษาในเครือข่ายการพัฒนาของสถานศึกษาที่ขอรับการประเมินแบบโดดเด่นนั้น อาจจะเป็นสถานศึกษาในระดับการศึกษาเดียวกัน หรือต่างระดับกันก็ได้ เช่น สถานศึกษาที่ขอรับการประเมินแบบโดดเด่น มีสถานศึกษาในเครือข่ายการพัฒนาเป็นศูนย์พัฒนาเด็ก จำนวน 2 แห่ง และเป็นสถานศึกษาที่จัดการศึกษาในระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน จำนวน 7 แห่ง เป็นต้น โดยจะตั้งอยู่ในพื้นที่เดียวกันหรือต่างพื้นที่กันก็ได้
 
ž รายชื่อสถานศึกษาที่เสนอรับการประเมิน 1 ช่วย 9 มีดังนี้
1.       จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
2.       มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
3.       มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์
4.       วิทยาลัยอาชีวศึกษานครศรีธรรมราช
5.       โรงเรียนพายัพเทคโนโลยีและบริหารธุรกิจ
6.       วิทยาลัยเทคนิคสัตหีบ
7.       วิทยาลัยอาชีวศึกษากาญจนบุรี
8.       โรงเรียนปริ้นส์รอยแยลส์วิทยาลัย
9.       โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย
                ž หลักการ : BTS           
                                BETTER              J ประเมินเพื่อพัฒนา (Assess to Improve)
                                                                J พัฒนาตนเองลักษณะก้าวหน้า (Score Increasing)
                                                                J ก้าวหน้าอย่างต่อเนื่องและปรับปรุงคุณภาพ (Continuous Development
       and Quality Improvement)
 
 
                                TOGETTER      J บูรณาการประเมินภายนอกกับการประเมินภายใน (IQA + EQA)
                                                                J ห่วงโซ่คุณภาพการประเมิน (QE + QA + QI)
                                                                J ระบบเอื้อเกื้อกูล เพื่อนช่วยเพื่อนและพี่ช่วยน้อง (Collaboration
       System)
                                                                J ความร่วมมือระหว่าง สมศ. กับสถาบันการศึกษา (ONESQA +
      Institution)
                                SIMPLIFY          J ลดตัวบ่งชี้เท่าที่จำเป็น แต่คงอำนาจจำแนก
                                                                J น้อย ชัดเจน จำง่าย ขึ้นใจ
                                                                J ไม่ซับซ้อน เข้าใจง่าย
 
ž การดำเนินการของสถานศึกษาที่ไม่ผ่านเกณฑ์มาตรฐาน มีแนวทางดังนี้
                      สำนักงาน สมศ. จะแจ้งเป็นหนังสือพร้อมแสดงเหตุผลที่ไม่ผ่านเกณฑ์มาตรฐานแก่หน่วยงานต้นสังกัดและสถานศึกษานั้น และให้สถานศึกษานั้นปรับปรุงแก้ไข โดยจัดทำแผนพัฒนาคุณภาพและดำเนินการตามแผน เพื่อขอรับการประเมินใหม่ภายใน 2 ปี นับแต่วันที่ได้รับแจ้งผลการประเมินครั้งแรก ให้สถานศึกษาเสนอแผนพัฒนาคุณภาพต่อสำนักงาน เพื่อพิจารณาอนุมัติภายในสามสิบวัน นับแต่วันที่ได้รับแจ้งผลการประเมิน ในกรณีที่สถานศึกษาไม่ดำเนินการปรับปรุงแก้ไขภายในกำหนดเวลาให้สำนักงานรายงานต่อคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน คณะกรรมการการอาชีวศึกษาหรือคณะกรรมการการอุดมศึกษา หรือหน่วยงานต้นสังกัดอื่น แล้วแต่กรณี เพื่อพิจารณาสั่งการต่อไป
 
                ž การได้รับรายงานผลการประเมินคุณภาพภายนอกของสถานศึกษาที่ได้รับการประเมินฯเสร็จเรียบร้อยแล้ว
                      ขั้นตอนทางการปฏิบัติตามปกติ คือ หน่วยประเมินจะจัดส่ง(ร่าง)รายงานให้สถานศึกษาพิจารณารับรอง(ร่าง)รายงาน ภายใน 20 วัน นับจากวันที่ตรวจเยี่ยมวันสุดท้าย หากไม่มีการทักท้วงผลประเมินหรือแก้ไขรายงาน ส่วนรายงานฉบับสมบูรณ์ เมื่อผ่านการรับรองมาตรฐานจากคณะกรรมการบริหาร สมศ. ซึ่งกระบวนการดังกล่าวจะใช้ระยะเวลาประมาณ 120 วัน หากสถานศึกษายอมรับ(ร่าง)รายงานที่หน่วยประเมินได้ให้ข้อเสนอแนะที่เป็นประโยชน์และสถานศึกษายอมรับ ก็สามารถนำไปใช้ในการวางแผนพัฒนาคุณภาพสถานศึกษาได้
 
                ž การประเมินครู ในการประเมินคุณภาพภายนอก รอบสาม จะประเมินในเรื่องต่อไปนี้
                      จะพิจารณากระบวนการจัดการเรียนการสอนของครู หมายถึง ครูสามารถจัดการเรียนการสอนอย่างมีประสิทธิภาพโดยเน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ จำนวน 8 ข้อ ดังนี้
1.     มีกำหนดเป้าหมายที่ต้องการให้เกิดขึ้นกับผู้เรียน ด้านความรู้ ทักษะกระบวนการที่เป็นความคิดรวบยอด หลักการและความสัมพันธ์ รวมทั้งคุณลักษณะที่พึงประสงค์
2.     การศึกษาวิเคราะห์ข้อมูลเป็นรายบุคคล แล้วนำข้อมูลมาใช้ในการวางแผนการจัดการเรียนรู้ที่ท้าทายความสามารถของผู้เรียน
 
 
3.     การออกแบบการเรียนรู้และจัดการเรียนรู้ที่ตอบสนองความแตกต่างระหว่างบุคคลและพัฒนาการทางสมอง เพื่อนำผู้เรียนไปสู่เป้าหมาย
4.       การจัดบรรยากาศที่เอื้อต่อการเรียนรู้ และดูแลช่วยเหลือผู้เรียนให้เกิดการเรียนรู้
5.     การจัดเตรียมและใช้สื่อให้เหมาะสมกับกิจกรรม นำภูมิปัญญาท้องถิ่น เทคโนโลยีที่เหมาะสมมาประยุกต์ในการจัดการเรียนการสอน
6.     การประเมินความก้าวหน้าของผู้เรียนด้วยวิธีการที่หลากหลาย เหมาะสมกับธรรมชาติของวิชาและระดับพัฒนาการของผู้เรียน รวมทั้งการวางเงื่อนไขให้ผู้เรียนประเมินความก้าวหน้าของตนเองและนำมาใช้ปรับปรุงและพัฒนาตนเอง
7.       การวิเคราะห์ผลการประเมินและนำมาใช้ในการซ่อมเสริมและพัฒนาผู้เรียน รวมทั้งปรับปรุงการจัดการเรียนการสอน
8.       การศึกษาค้นคว้า วิจัย เพื่อพัฒนาสื่อและกระบวนการจัดการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ
 
ž การเตรียมตัวของสถานศึกษาเพื่อรับการประเมินคุณภาพภายนอก รอบสาม
      สถานศึกษาต้องรวบรวมข้อมูล เอกสาร หลักฐานร่องรอย ที่เกิดจากการดำเนินงานตามแผนปฏิบัติ
งานและแผนพัฒนาคุณภาพการศึกษาของสถานศึกษา ตามมาตรฐานที่กำหนด ตลอดจนผลการดำเนินงานตามกฎกระทรวงว่าด้วยระบบ หลักเกณฑ์ และวิธีการประกันคุณภาพการศึกษา พ.ศ.2553 โดยจัดทำรายงานการประเมินตนเอง (SAR) ของสถานศึกษาฉบับที่ได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการสถานศึกษา และเป็นฉบับเดียวกับที่รายงานต้นสังกัดส่งให้กับ สมศ. ล่วงหน้าอย่างน้อยเป็นเวลา 30 วัน ก่อนได้รับการประเมิน พร้อมทั้งเตรียมบุคลากรที่รับผิดชอบการดำเนินงานตามมาตรฐาน ตลอดจนแผนงาน โครงการ และกิจกรรมที่เกี่ยวข้องในการอธิบายหรือให้ข้อมูลเพิ่มเติมแก่ผู้ประเมิน พร้อมทั้งอำนวยความสะดวกให้คณะกรรมการประเมินตามสมควรเท่าที่จำเป็นเท่านั้น
 
                ž หลักการพัฒนามาตรฐานและตัวบ่งชี้ในการประเมินคุณภาพภายนอก รอบสาม ประกอบด้วย
1.       กำหนดตัวบ่งชี้ที่มุ่งการประเมินผลผลิต ผลลัพธ์และผลกระทบ มากกว่าปัจจัยนำเข้าและกระบวนการ
2.       คำนึงถึงลักษณะและประเภทของสถานศึกษา (สิ่งที่มีสิ่งที่เป็นไปได้และสิ่งที่เป็นหัวใจ)
3.       เน้นตัวบ่งชี้ทั้งคุณภาพและปริมาณ ทั้งเชิงบวกและลบ
4.       ตระหนักถึงความสำคัญของปัจจัย ข้อจำกัด ตลอดจนวัฒนธรรมและความเป็นไทย
5.       ให้มีตัวบ่งชี้พื้นฐานเท่าที่จำเป็น แต่ยังคงอำนาจจำแนก โดยเพิ่มตัวบ่งชี้อัตลักษณ์และตัวบ่งชี้มาตรการส่งเสริม
6.       คำนึงถึงความเชื่อมโยงระหว่างการประกันคุณภาพภายในและการประเมินคุณภาพภายนอก
 
 
 
 
 
 
 
 
ž คำนิยามของกลุ่มตัวบ่งชี้
      กลุ่มตัวบ่งชี้พื้นฐาน หมายถึง ตัวบ่งชี้ที่ประเมินภายใต้ภารกิจของสถานศึกษา โดยกำหนดตัว
บ่งชี้ และเกณฑ์การประเมินบนพื้นฐานที่ทุกสถานศึกษาต้องมีและปฏิบัติได้ ซึ่งสามารถชี้ผลลัพธ์และผลกระทบได้ดี และมีความเชื่อมโยงกับการประกันคุณภาพภายใน ซึ่งเป็นการพัฒนามาจากรอบแรกและรอบสอง
                      กลุ่มตัวบ่งชี้อัตลักษณ์ หมายถึง ตัวบ่งชี้ที่ประเมินผลผลิตตามปรัชญา วิสัยทัศน์ พันธกิจ และวัตถุประสงค์ของการจัดตั้งสถานศึกษา รวมถึงความสำเร็จตามจุดเด่น จุดเน้น ที่ส่งผลสะท้อนเป็นเอกลักษณ์ของแต่ละสถานศึกษา โดยได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการสถานศึกษาและหน่วยงานต้นสังกัด
                      กลุ่มตัวบ่งชี้มาตรการส่งเสริม หมายถึง ตัวบ่งชี้ที่มุ่งประเมินผลการดำเนินงานของสถานศึกษา โดยสถานศึกษาเป็นผู้กำหนดแนวทางพัฒนาเพื่อร่วมชี้แนะป้องกันและแก้ไขปัญหาสังคม ตามนโยบายของรัฐ ซึ่งสามารถปรับเปลี่ยนตามกาลเวลาและปัญหาสังคมที่เปลี่ยนไป โดยมีเป้าหมายที่แสดงถึงความเป็นผู้ช่วยเหลือสังคมและแก้ปัญหาสังคมของสถานศึกษา เช่น การปฏิรูปการศึกษา การส่งเสริมและสืบสานโครงการตามพระราชดำริ และหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง การส่งเสริมประชาธิปไตยในสถานศึกษา การป้องกันสิ่งเสพติด การพร้อมรับการเป็นสมาชิกสังคมอาเซียน การอนุรักษ์พลังงาน การอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม การป้องกันอุบัติภัย การแก้ปัญหาความขัดแย้ง การสร้างสังคมสันติสุขและความปรองดอง ฯลฯ โดยสถานศึกษาเป็นผู้กำหนดและหน่วยงานต้นสังกัดให้การรับรองการกำหนดตัวบ่งชี้มาตรการส่งเสริมของสถานศึกษา
 
ตามหมวด 6 ว่าด้วยมาตรฐานและการประกันคุณภาพการศึกษา แห่งพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2545 กำหนดให้สถานศึกษาทุกแห่งต้องได้รับการประเมินคุณภาพภายนอกอย่างน้อย 1 ครั้ง ในทุก 5 ปี ซึ่ง สมศ.ได้ดำเนินการประเมินคุณภาพภายนอกมาแล้ว 2 รอบ คือ รอบแรก (พ.ศ.2544-2548) รอบสอง (พ.ศ.2549-2553) และจะประเมินคุณภาพภายนอกรอบสาม ใน พ.ศ.2554-2558 ซึ่งยังคงยึดหลักการสำคัญของการประเมินคุณภาพภายนอกที่สอดคล้องกับกฎกระทรวงว่าด้วยระบบ หลักเกณฑ์ และวิธีการประกันคุณภาพการศึกษา พ.ศ.2553 หมวด 3 ที่มีจุดมุ่งหมายและหลักการดังต่อไปนี้
1.       เพื่อให้มีการพัฒนาคุณภาพการศึกษา
2.       ยึดหลักความเที่ยงตรง เป็นธรรม และโปร่งใส มีหลักฐานข้อมูลตามสภาพความเป็นจริงและมีความรับผิดชอบที่ตรวจสอบได้
3.     สร้างความสมดุลระหว่างเสรีภาพทางการศึกษากับจุดมุ่งหมายและหลักการศึกษาของชาติ โดยให้มีเอกภาพเชิงนโยบาย ซึ่งสถานศึกษาสามารถกำหนดเป้าหมายเฉพาะและพัฒนาคุณภาพการศึกษาให้เต็มตามศักยภาพของสถานศึกษาและผู้เรียน
4.       ส่งเสริม สนับสนุน และร่วมมือกับสถานศึกษาในการพัฒนาระบบการประกันคุณภาพภายในของสถานศึกษา
 
 
5.     ส่งเสริมการมีส่วนร่วมในการประเมินคุณภาพและพัฒนาการจัดการศึกษาของรัฐ เอกชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น บุคคล ครอบครัว องค์กรชุมชน องค์กรเอกชน องค์กรวิชาชีพ สถาบันศาสนา สถานประกอบการ และสถาบันสังคมอื่น
6.       คำตึงถึงความเป็นอิสระ เสรีภาพทางวิชาการ เอกลักษณ์ ปรัชญา ปณิธาน วิสัยทัศน์ พันธกิจ และเป้าหมายของสถานศึกษา
นอกจากนี้ กฎกระทรวงว่าด้วยระบบ หลักเกณฑ์ และวิธีการประกันคุณภาพการศึกษา พ.ศ.2553
กำหนดให้ สมศ. ทำการประเมินคุณภาพภายนอกสถานศึกษาแต่ละแห่งตามมาตรฐานการศึกษาของชาติและครอบคลุมหลักเกณฑ์เรื่องต่าง ๆ ดังนี้
1.       มาตรฐานผลการจัดการศึกษาในแต่ละระดับและประเภทการศึกษา
2.       มาตรฐานการบริหารจัดการศึกษา
3.       มาตรฐานการจัดการเรียนการสอนที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ
4.       มาตรฐานการประกันคุณภาพภายใน
การประเมินคุณภาพภายนอกรอบสามระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน ได้กำหนดตัวบ่งชี้จำนวน 12 ตัว
บ่งชี้ ซึ่งครอบคลุมทั้ง 4 มาตรฐานตามที่กฎกระทรวงฯ กำหนด โดยแบ่งเป็น 3 กลุ่มตัวบ่งชี้ ได้แก่
                1. กลุ่มตัวบ่งชี้พื้นฐาน                       จำนวน 8 ตัวบ่งชี้
                2. กลุ่มตัวบ่งชี้อัตลักษณ์                    จำนวน 2 ตัวบ่งชี้
                3. กลุ่มตัวบ่งชี้มาตรการส่งเสริม     จำนวน 2 ตัวบ่งชี้
 
                ž แนวคิดและทิศทางในการประเมินคุณภาพภายนอก รอบสาม ระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน
1.       ประเมินอิงเกณฑ์ตามจุดเน้นของสถานศึกษา
2.     ประเมินคุณภาพภายนอกจากผลการจัดการศึกษาเป็นหลัก ตามมาตรา 51 ของพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ โดยให้น้ำหนักร้อยละ 80 และใช้ข้อมูลเฉลี่ยย้อนหลัง 3 ปี
3.       ประเมินโดยวิธีการและข้อมูลทั้งเชิงปริมาณและเชิงคุณภาพโดยพิชยพิจารณ์ (Peer Review)
4.     ประเมินโดยการยืนยันรายงานการประเมินตนเองที่ถูกต้องเชื่อถือได้ เพื่อกระตุ้นให้การประกันคุณภาพภายในมีความเข้มแข็งยิ่งขึ้น
5.     ประเมินในเชิงกระบวนการ โดยให้น้ำหนักร้อยละ 20 และให้ความสำคัญกับคณะกรรมการสถานศึกษา ผู้บริหารสถานศึกษา คุณภาพครู เครื่องมืออุปกรณ์ คุณภาพและความพร้อมของผู้เรียน การจัดการเรียนการสอนที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ การบริหารจัดการที่ใช้โรงเรียนเป็นฐาน และการประกันคุณภาพภายใน
6.     ลดจำนวนตัวบ่งชี้และจำนวนมาตรฐานสำหรับการประเมินคุณภาพภายนอก โดยถ่ายโอนตัวบ่งชี้และมาตรฐานเกี่ยวกับปัจจัยนำเข้าและกระบวนการให้อยู่ในระบบการประกันคุณภาพภายใน
 
 
 
ž หลักเกณฑ์การกำหนดตัวบ่งชี้
                      การประเมินคุณภาพภายนอก รอบสาม (พ.ศ.2554-2558) ระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานได้มีการพัฒนาตัวบ่งชี้ 3 กลุ่ม คือ กลุ่มตัวบ่งชี้พื้นฐาน กลุ่มตัวบ่งชี้อัตลักษณ์ และกลุ่มตัวบ่งชี้มาตรการส่งเสริม ให้สอดคล้องกับกฎกระทรวงว่าด้วยระบบ หลักเกณฑ์ และวิธีการประกันคุณภาพการศึกษา พ.ศ.2553 ข้อ 38 กำหนดให้สำนักงานทำการประเมินคุณภาพภายนอกสถานศึกษาแต่ละแห่งตามมาตรฐานการศึกษาของชาติและครอบคลุมหลักเกณฑ์ในเรื่องดังต่อไปนี้ คือ
1)      มาตรฐานที่ว่าด้วยผลการจัดการศึกษาในแต่ละระดับแระประเภทการศึกษา
2)      มาตรฐานที่ว่าด้วยการบริหารจัดการศึกษา
3)      มาตรฐานที่ว่าด้วยการจัดการเรียนการสอนที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ
4)      มาตรฐานที่ว่าด้วยการประกันคุณภาพภายใน 
      1. มาตรฐานที่ว่าด้วยผลการจัดการศึกษา
           พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พุทธศักราช 2542 แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2545 มาตรา 6 ระบุว่า “การจัดการศึกษาต้องเป็นไปเพื่อพัฒนาคนไทยให้เป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ทั้งร่างกาย จิตใจ สติปัญญา ความรู้และคุณธรรม มีจริยธรรมและวัฒนธรรมในการดำรงชีวิต สามารถอยู่ร่วมกับผู้อื่นได้อย่างมีความสุข” การประเมินคุณภาพภายนอก รอบสาม ประเมินมาตรฐานนี้ด้วยตัวบ่งชี้พื้นฐาน 5 ตัวบ่งชี้ ตัวบ่งชี้อัตลักษณ์ 2 ตัวบ่งชี้ และตัวบ่งชี้มาตรการส่งเสริม 1 ตัวบ่งชี้ ดังนี้
                                ตัวบ่งชี้พื้นฐาน
1.       ผู้เรียนมีสุขภาพกายและสุขภาพจิตที่ดี
2.       ผู้เรียนมีคุณธรรม จริยธรรมและค่านิยมที่พึงประสงค์
3.       ผู้เรียนมีความใฝ่รู้ และเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง
4.       ผู้เรียนคิดเป็น ทำเป็น
5.       ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของผู้เรียน
                ตัวบ่งชี้อัตลักษณ์
1.       ผลการพัฒนาให้บรรลุตามปรัชญา ปณิธาน พันธกิจ และวัตถุประสงค์ของการจัดตั้งสถานศึกษา
2.       ผลการพัฒนาตามจุดเน้นและจุดเด่นที่ส่งผลสะท้อนเป็นเอกลักษณ์ของสถานศึกษา
                ตัวบ่งชี้มาตรการส่งเสริม
                ผลการดำเนินการโครงการพิเศษเพื่อส่งเสริมบทบาทของสถานศึกษา
      2. มาตรฐานที่ว่าด้วยการบริหารจัดการศึกษา
                พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พุทธศักราช 2542 แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2545
มาตรา 39 ระบุว่า “ให้กระทรวงกระจายอำนายการบริหารและการจัดการศึกษาทั้งด้านวิชาการ งบประมาณ การบริหารงานบุคคล และการบริหารทั่วไป ไปยังคณะกรรมการ และสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา และ
 
 
 
 
สถานศึกษาในเขตพื้นที่การศึกษาโดยตรง โดยหลักเกณฑ์และวิธีการกระจายอำนาจดังกล่าว ให้เป็นไปตามที่กำหนดในกฎกระทรวง” การประเมินคุณภาพภายนอก รอบสาม ประเมินมาตรฐานนี้ด้วยตัวบ่งชี้พื้นฐาน 1 ตัวบ่งชี้ และตัวบ่งชี้มาตรการส่งเสริม 1 ตัวบ่งชี้ ดังนี้
                                ตัวบ่งชี้พื้นฐาน
                                ประสิทธิภาพของการบริหารจัดการและการพัฒนาสถานศึกษา
                                ตัวบ่งชี้มาตรการส่งเสริม
                                ผลการส่งเสริมเพื่อพัฒนาสถานศึกษาเข้าสู่มาตรฐาน ยกระดับมาตรฐาน และรักษามาตรฐาน เพื่อให้สอดคล้องกับแนวทางการปฏิรูปการศึกษา
                      3. มาตรฐานที่ว่าด้วยการจัดการเรียนการสอนที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ
                พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พุทธศักราช 2542 แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2545
มาตรา24 ระบุว่า “จัดเนื้อหาสาระและกิจกรรมให้สอดคล้องกับความสนใจและความถนัดของผู้เรียนโดยคำนึงถึงความแตกต่างระหว่างบุคคล ฝึกทักษะ กระบวนการคิด การจัดการ การเผชิญสถานการณ์ และการประยุกต์ความรู้มาใช้เพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหา จัดกิจกรรมให้ผู้เรียนได้เรียนรู้จากประสบการณ์จริง จัดการเรียนการสอนโดยผสมผสานสาระความรู้ด้านต่าง ๆ อย่างได้สัดส่วนสมดุลกัน ส่งเสริมสนับสนุนให้ผุ้สอนสามารถจัดบรรยากาศ สภาพแวดล้อม สื่อการเรียนและอำนวยความสะดวกเพื่อให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้และมีความรอบรู้ รวมทั้งจัดการเรียนรู้ให้เกิดขึ้นได้ทุกสถานการณ์” การประเมินคุณภาพภายนอก รอบสาม ประเมินมาตรฐานนี้ด้วยตัวบ่งชี้พื้นฐาน 1 ตัวบ่งชี้ ดังนี้
                                ตัวบ่งชี้พื้นฐาน
                                ประสิทธิผลของการจัดการเรียนการสอนที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ
                      4. มาตรฐานที่ว่าด้วยการประกันคุณภาพภายใน
                พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พุทธศักราช 2542 แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2545
มาตรา 48 ระบุว่า “ให้หน่วยงานต้นสังกัดและสถานศึกษาจัดให้มีระบบการประกันคุณภาพภายในสถานศึกษาและให้ถือว่าการประกันคุณภาพภายในเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการบริหารการศึกษาที่ต้องดำเนินการอย่างต่อเนื่อง โดยมีกาจัดทำรายงานประจำปีเสนอต่อหน่วยงานต้นสังกัด หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และเปิดเผยต่อสาธารณชน เพื่อนำไปสู่การพัฒนาคุณภาพและมาตรฐานการศึกษา และเพื่อรองรับการประกันคุณภาพภายนอก” การประเมินคุณภาพภายนอก รอบสาม ประเมินมาตรฐานนี้ด้วยตัวบ่งชี้พื้นฐาน 1 ตัวบ่งชี้ ดังนี้                                ตัวบ่งชี้พื้นฐาน
                                พัฒนาการของการประกันคุณภาพภายใน โดยสถานศึกษาและต้นสังกัด
 
               
 
 
 
 
 
ž การกำหนดค่าน้ำหนักตัวบ่งชี้
                      การประเมินคุณภาพภายนอก รอบสาม (พ.ศ. 2554-2558) ระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน มีการกำหนดค่าน้ำหนักตัวบ่งชี้ ดังนี้

 
ตัวบ่งชี้
น้ำหนัก
(คะแนน)
มาตรฐานตามกฎกระทรวงฯ
ตัวบ่งชี้พื้นฐาน
( มี 8 ตัวบ่งชี้)
1. ผู้เรียนมีสุขภาพกายและสุขภาพจิตที่ดี
10
 
 
มาตรฐานที่ 1
ผลการจัดการศึกษา
2. ผู้เรียนมีคุณธรรม จริยธรรมและค่านิยมที่พึงประสงค์
 
10
3. ผู้เรียนมีความใฝ่รู้ และเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง
10
4. ผู้เรียนคิดเป็น ทำเป็น
10
5. ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของผู้เรียน
20
6. ประสิทธิผลของการจัดการเรียนการสอนที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ
 
10
มาตรฐานที่ 3 การจัดการเรียนการสอนที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ
7. ประสิทธิภาพของการบริหารจัดการและการพัฒนาสถานศึกษา
 
5
มาตรฐานที่ 2 การบริหารจัดการศึกษา
8. พัฒนาการของการประกันคุณภาพภายในโดยสถานศึกษาและต้นสังกัด
 
5
มาตรฐานที่ 4
การประกันคุณภาพภายใน
มีค่าน้ำหนักรวม
80
 
ตัวบ่งชี้
อัตลักษณ์
( มี 2 ตัวบ่งชี้)
9. ผลการพัฒนาให้บรรลุตามปรัชญา ปณิธาน พันธกิจ และวัตถุประสงค์ของการจัดตั้งสถานศึกษา
 
5
 
มาตรฐานที่ 1
ผลการจัดการศึกษา
10. ผลการพัฒนาตามจุดเน้นและจุดเด่นที่ส่งผลสะท้อนเป็นเอกลักษณ์ของสถานศึกษา
 
5
มีค่าน้ำหนักรวม
10
ตัวบ่งชี้
มาตรการส่งเสริม
( มี 2 ตัวบ่งชี้)
11. ผลการดำเนินการโครงการพิเศษเพื่อส่งเสริมบทบาทของสถานศึกษา
 
5
มาตรฐานที่ 1
ผลการจัดการศึกษา
12. ผลการส่งเสริมเพื่อพัฒนาสถานศึกษาเข้าสู่มาตรฐาน ยกระดับมาตรฐาน และรักษามาตรฐาน เพื่อให้สอดคล้องกับแนวทางการปฏิรูปการศึกษา
 
 
5
มาตรฐานที่ 2
การบริหาร
จัดการศึกษา
มีค่าน้ำหนักรวม
10 
 
ค่าน้ำหนักรวมทั้งสิ้น
100
 

 
 
 
ž ข้อมูลการดำเนินงานของสถานศึกษาที่ใช้ประกอบการพิจารณา
                      ข้อมูลที่ใช้ในการประเมินคุณภาพภายนอก รอบสาม (พ.ศ.2554-2558) ระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน ใช้ข้อมูลผลการดำเนินงานเฉลี่ย 2 ปีการศึกษาย้อนหลังก่อนการประเมิน (กรณีสถานศึกษาเปิดใหม่ที่มีการดำเนินงานไม่ครบ 3 ปีการศึกษา ให้ใช้ข้อมูลผลการดำเนินงานเฉลี่ย 2 ปีการศึกษาล่าสุด หรือหากมีการดำเนินงานไม่ครบ 2 ปีการศึกษา ให้ใช้ข้อมูลผลการดำเนินงาน 1 ปีการศึกษาล่าสุดก่อนการประเมิน)       
 
                ž รูปแบบการประเมิน     
                      การประเมินคุณภาพภายนอก รอบสาม (พ.ศ.2554-2558) ระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน มีรูปแบบการประเมิน 5 รูปแบบ ดังนี้
1.       การประเมินเชิงปริมาณ ได้แก่ ตัวบ่งชี้ที่ 2.1,2.3,3.1,3.2,4.1,4.2 และ 6.2
2.       การประเมินเชิงปริมาณและเชิงพัฒนาการ ได้แก่ ตัวบ่งชี้ที่ 1.1,5.1-5.8 และ 8
3.       การประเมินเชิงปริมาณและเชิงคุณภาพ ได้แก่ ตัวบ่งชี้ที่ 1.2 และ 2.2
4.       การประเมินเชิงคุณภาพ ได้แก่ ตัวบ่งชี้ที่ 6.1,7,9,10 และ 12
5.       การประเมินเชิงคุณภาพและการพิจารณาผลการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น (Better) ได้แก่ ตัวบ่งชี้ที่ 11
 
ž กลุ่มตัวบ่งชี้พื้นฐาน

ลำดับที่
ตัวบ่งชี้
น้ำหนัก (คะแนน)
1.
1.1
 
1.2
ผู้เรียนมีสุขภาพกายและสุขภาพจิตที่ดี
10
ผู้เรียนมีน้ำหนัก ส่วนสูง และสมรรถภาพทางกายตามเกณฑ์ รวมทั้งรู้จักดูแลตนเองให้มีความปลอดภัย
 
5
ผู้เรียนมีสุนทรียภาพ
5
2.
2.1
2.2
2.3
ผู้เรียนมีคุณธรรม จริยธรรมและค่านิยมที่พึงประสงค์
10
ผู้เรียนเป็นลูกที่ดีของพ่อแม่ ผู้ปกครอง
4
ผู้เรียนเป็นนักเรียนที่ดีของโรงเรียน
4
ผู้เรียนมีการบำเพ็ญประโยชน์ต่อสังคม
2
3.
3.1
3.2
ผู้เรียนมีความใฝ่รู้ และเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง
10
ผู้เรียนค้นคว้าหาความรู้จากการอ่านและใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ
 
5
ผู้เรียนเรียนรู้ผ่านประสบการณ์ตรงร่วมกับผู้อื่นทั้งในและนอกสถานศึกษา
 
5
4.
ผู้เรียนคิดเป็น ทำเป็น
10
4.1
ผู้เรียนมีความสามารถด้านการคิด
5
4.2
ผู้เรียนมีความสามารถในการปรับตัวเข้ากับสังคม
5

 

 
ลำดับที่
 
ตัวบ่งชี้
น้ำหนักจากผลสัมฤทธิ์(คะแนน)
น้ำหนักจากคะแนนพัฒนาการ(คะแนน)
น้ำหนัก
รวม
(คะแนน)
5.
5.1
 
5.2
 
5.3
 
5.4
 
 
5.5
 
5.6
 
5.7
 
 
5.8
ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของผู้เรียน
16.0
4.0
20.0
ผู้เรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนกลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ในระดับชั้น ป.3, ป.6, ม.3 และ ม.6
 
2.0
 
0.5
 
2.5
ผู้เรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนกลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ ในระดับชั้น ป.3, ป.6, ม.3 และ ม.6
 
2.0
 
0.5
 
2.5
ผู้เรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนกลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ ในระดับชั้น ป.3, ป.6, ม.3 และ ม.6
 
2.0
 
0.5
 
2.5
ผู้เรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนกลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม ในระดับชั้น ป.3, ป.6, ม.3 และ ม.6
 
 
2.0
 
 
0.5
 
 
2.5
ผู้เรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนกลุ่มสาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษา ในระดับชั้น ป.3, ป.6, ม.3 และ ม.6
 
2.0
 
0.5
 
2.5
ผู้เรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนกลุ่มสาระการเรียนรู้ศิลปะ ในระดับชั้น ป.3, ป.6, ม.3 และ ม.6
 
2.0
 
0.5
 
2.5
ผู้เรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนกลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี ในระดับชั้น ป.3, ป.6, ม.3 และ ม.6
 
 
2.0
 
 
0.5
 
 
2.5
ผู้เรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนกลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ ในระดับชั้น ป.3, ป.6, ม.3 และ ม.6
 
2.0
 
0.5
 
2.5

 

ลำดับที่
ตัวบ่งชี้
น้ำหนัก (คะแนน)
6.
6.1
6.2
ประสิทธิผลของการจัดการเรียนการสอนที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ
10
ประสิทธิผลการดำเนินการของสถานศึกษา
5
กระบวนการจัดการเรียนการสอนของครู
5
7.
ประสิทธิภาพของการบริหารจัดการและการพัฒนาสถานศึกษา
5
ข้อ 1.
บรรยากาศและสภาพแวดล้อม
1
ข้อ 2.
ประสิทธิภาพการบริหารจัดการตามบทบาทหน้าที่ของผู้บริหารสถานศึกษา
2
ข้อ 3.
ประสิทธิภาพของคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐานในการปฏิบัติหน้าที่ตามข้อที่ 5,13 และข้อที่ 14 ของระเบียบกระทรวงศึกษาธิการว่าด้วยคณะกรรมการสถานศึกษา พ.ศ.2543
 
 
1
ข้อ 4.
ความยั่งยืนและต่อเนื่องของการบริหารจัดการและการพัฒนาสถานศึกษา
1

 

ลำดับที่
ตัวบ่งชี้
น้ำหนัก (คะแนน)
8
พัฒนาการของการประกันคุณภาพภายในโดยสถานศึกษาและต้นสังกัด
5
1.
ใช้คะแนนเฉลี่ยจากคะแนนผลการประเมินระบบการประกันคุณภาพภายในโดยต้นสังกัด (เชิงปริมาณ)
 
2.5
2.
ดูพัฒนาการของการประกันคุณภาพภายในของสถานศึกษา (เชิงพัฒนาการ)
 
2.5

 
                ž กลุ่มตัวบ่งชี้อัตลักษณ์

ลำดับที่
ตัวบ่งชี้
น้ำหนัก (คะแนน)
9
ผลการพัฒนาให้บรรลุตามปรัชญา ปณิธาน พันธกิจ และวัตถุประสงค์ของการจัดตั้งสถานศึกษา
 
5
10
ผลการพัฒนาตามจุดเน้นและจุดเด่นที่ส่งผลสะท้อนเป็นเอกลักษณ์ของสถานศึกษา
 
5

 
ž กลุ่มตัวบ่งชี้มาตรการส่งเสริม

ลำดับที่
ตัวบ่งชี้
น้ำหนัก (คะแนน)
11
ผลการดำเนินงานโครงการพิเศษเพื่อส่งเสริมบทบาทของสถานศึกษา
5
12
ผลการส่งเสริมพัฒนาสถานศึกษาเพื่อยกระดับมาตรฐาน รักษามาตรฐาน และพัฒนาสู่ความเป็นเลิศ เพื่อให้สอดคล้องกับแนวทางการปฏิรูปการศึกษา
 
 
5

 
                ž การรับรองมาตรฐานคุณภาพ
                      การประเมินคุณภาพภายนอก รอบสาม (พ.ศ.2554-2558) ระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน มีแนวทางการพิจารณาให้การรับรองมาตรฐานคุณภาพสถานศึกษา 2 แนวทาง คือ การรับรองมาตรฐานระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน และการประเมินแบบโดดเด่น โดยมีหลักเกณฑ์การพิจารณารับรองมาตรฐานคุณภาพดังนี้
                      1. การรับรองมาตรฐานระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน 
                           การให้คะแนนรายตัวบ่งชี้ จำนวน 12 ตัวบ่งชี้ รวม 100 คะแนน

ประเภทของตัวบ่งชี้
จำนวนตัวบ่งชี้
คะแนนเต็ม
คะแนนที่ได้
                ตัวบ่งชี้พื้นฐาน
8
80
 
                ตัวบ่งชี้อัตลักษณ์
2
10
 
                ตัวบ่งชี้ที่เป็นมาตรการส่งเสริม
2
10
 
ภาพรวม
12
100
 

 
                      2. การตัดสินผลการประเมินคุณภาพภายนอก
                                เป็นการนำผลการประเมินมาเปรียบเทียบเพื่อพิจารณาระดับคุณภาพในการจัดการศึกษาของสถานศึกษา โดยกำหนดมิติของการพิจารณาทั้งรายตัวบ่งชี้ ประเภทของตัวบ่งชี้ และในภาพรวม ตามเกณฑ์ในการตัดสินผล ดังนี้
               

ช่วงคะแนน
ระดับคุณภาพ
4.51-5.00
ดีมาก
3.51-4.50
ดี
2.51-3.50
พอใช้
1.51-2.50
ควรปรับปรุง
0.00-1.50
ต้องปรับปรุง

 
                      3. การรับรองมาตรฐานคุณภาพการศึกษาของสถานศึกษา
                                สถานศึกษาระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานที่จะได้รับการรับรองมาตรฐานคุณภาพในการประเมินคุณภาพภายนอก รอบสาม (พ.ศ.2554-2558) ระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน จาก สมศ.จะต้องมีผลการประเมินคุณภาพภายนอก ตามหลักเกณฑ์ที่ สมศ.กำหนด ดังนี้
3.1     การรับรองมาตรฐานระดับตัวบ่งชี้
1)      มีคะแนนเฉลี่ยรวมตัวบ่งชี้พื้นฐาน ตั้งแต่ 4.00 คะแนนขึ้นไป
2)      มีตัวบ่งชี้ย่อยอย่างน้อย 20 ตัวบ่งชี้ ที่ต้องมีคะแนนแต่ละตัวบ่งชี้ ตั้งแต่ 3.75 คะแนนขึ้นไป
3)      ไม่มีตัวบ่งชี้ย่อยตัวใดมีคะแนนต่ำกว่า 2.50 คะแนน
3.2     การรับรองมาตรฐานในภาพรวม
1)      สถานศึกษามีค่าเฉลี่ยผลการประเมินคุณภาพภายนอกในระดับสถานศึกษาตั้งแต่ 4.00 คะแนนขึ้นไป
2)    สถานศึกษามีค่าเฉลี่ยผลการประเมินคุณภาพภายนอกในระดับดีขึ้นไป (มีคะแนนตั้งแต่ 3.75 คะแนนขึ้นไป) ไม่ต่ำกว่า 3 มาตรฐาน ใน 4 มาตรฐาน
3)      สถานศึกษาไม่มีมาตรฐานใดอยู่ในระดับปรับปรุง (มีคะแนนน้อยกว่า 2.51 คะแนน)
 
 
 
 
 
 
 

การประเมินคุณภาพภายนอก รอบสาม (พ.ศ. 2554-2558) ระดับการศึกษาปฐมวัย (2-5 ปี)

 
                ž การกำหนดมาตรฐานตัวบ่งชี้ ในการประเมินคุณภาพภายนอก รอบสาม ระดับการศึกษาปฐมวัย (2-5 ปี)  มี 4 มาตรฐาน สอดคล้องตามกฎกระทรวงว่าด้วยระบบ หลักเกณฑ์ และวิธีการประกันคุณภาพการศึกษา พ.ศ.2553 ได้แก่
1)      มาตรฐานที่ว่าด้วยผลการจัดการศึกษา
2)      มาตรฐานที่ว่าด้วยการบริหารจัดการศึกษา
3)      มาตรฐานที่ว่าด้วยการจัดการเรียนการสอนที่เน้นผุ้เรียนเป็นสำคัญ
4)      มาตรฐานที่ว่าด้วยการประกันคุณภาพภายใน
      มีทั้งหมด 12 ตัวบ่งชี้ ประกอบด้วยกลุ่มตัวบ่งชี้ 3 กลุ่ม ดังนี้
                1) กลุ่มตัวบ่งชี้พื้นฐาน                      จำนวน 8 ตัวบ่งชี้ คือ ตัวบ่งชี้ที่ 1-8
                2) กลุ่มตัวบ่งชี้อัตลักษณ์                   จำนวน 2 ตัวบ่งชี้ คือ ตัวบ่งชี้ที่ 9,10
                3) กลุ่มตัวบ่งชี้มาตรการส่งเสริม     จำนวน 2 ตัวบ่งชี้ คือ ตัวบ่งชี้ที่ 11,12
 
                ž ความสอดคล้องกันระหว่างมาตรฐานตามกฎกระทรวงฯ กับมาตรฐานการประเมินคุณภาพภายนอก รอบสาม ระดับปฐมวัย ของ สมศ.
                      มาตรฐานตามกฎกระทรวงว่าด้วยระบบ หลักเกณฑ์ และวิธีการประกันคุณภาพการศึกษา พ.ศ.2553 มีความสอดคล้องกับมาตรฐานการประเมินคุณภาพภายนอก รอบสาม ระดับปฐมวัย ของ สมศ. ดังนี้
1.       มาตรฐานที่ว่าด้วยผลการจัดการศึกษา จำนวน 8 ตัวบ่งชี้ ได้แก่ ตัวบ่งชี้ที่ 1-5,9,10,11
2.       มาตรฐานที่ว่าด้วยการบริหารจัดการศึกษา จำนวน 2 ตัวบ่งชี้ ได้แก่ ตัวบ่งชี้ที่ 7,12
3.       มาตรฐานที่ว่าด้วยการจัดการเรียนการสอนที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ จำนวน 1 ตัวบ่งชี้ ได้แก่ ตัวบ่งชี้ที่ 6
4.       มาตรฐานที่ว่าด้วยการประกันคุณภาพภายใน จำนวน 1 ตัวบ่งชี้ ได้แก่ ตัวบ่งชี้ที่ 8
 
ž หลักเกณฑ์การประเมินคุณภาพภายนอก รอบสาม ระดับการศึกษาปฐมวัย (2-5 ปี)
                1. การประเมินคุณภาพภายนอก รอบสาม ระดับปฐมวัย (2-5 ปี) เป็นการประเมินคุณภาพภายนอกจากผลการจัดการศึกษาควบคู่กับกระบวนการจัดการศึกษาของครู/ผู้เลี้ยงดูเด็ก ผู้บริหารสถานศึกษา และผู้เกี่ยงข้อง ดังนี้
 
 
 
 
 
 
 

ผลการจัดการศึกษา
กระยวนการจัดการศึกษา
ด้านเด็ก
1.       เด็กมีพัฒนาการด้านร่างกายสมวัย
2.       เด็กมีพัฒนาการด้านอารมณ์และจิตใจสมวัย
3.       เด็กมีพัฒนาการด้านสังคมสมวัย
4.       เด็กมีพัฒนาการด้านสติปัญญาสมวัย
5.       เด็กมีความพร้อมศึกษาต่อในขั้นต่อไป
ด้านครู/ผู้เลี้ยงดูเด็ก
6. ประสิทธิผลการจัดประสบการณ์การเรียนรู้ที่เน้นเด็กเป็นสำคัญ
 
ด้านการบริหารจัดการศึกษา
7.   ประสิทธิภาพของการบริหารจัดการและการพัฒนาสถานศึกษา
8.   ประสิทธิผลของระบบการประกันคุณภาพภายใน
9.   ผลการพัฒนาให้บรรลุตามปรัชญา ปณิธาน พันธกิจ และวัตถุประสงค์ของการจัดตั้งสถานศึกษา
10. ผลการพัฒนาตามจุดเน้นและจุดเด่นที่ส่งผลสะท้อนเป็นเอกลักษณ์ของสถานศึกษา
11. ผลการดำเนินงานโครงการพิเศษเพื่อส่งเสริมบทบาทของสถานศึกษา
12. ผลการส่งเสริมพัฒนาสถานศึกษาเพื่อยกระดับมาตรฐาน รักษามาตรฐานและพัฒนาสู่ความเป็นเลิศ เพื่อให้สอดคล้องกับแนวทางการปฏิรูปการศึกษา

 
                                2. ใช้รูปแบบการประเมินคุณภาพภายนอกทั้งเชิงปริมาณ เชิงคุณภาพ และเชิงพัฒนาการ ประกอบการพิจารณาผลการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น (Better)
                                3. เกณฑ์การตัดสินผลการประเมินคุณภาพภายนอกระดับมาตรฐานและระดับตัวบ่งชี้ แบ่งเป็น 5 ระดับ คือ ดีมาก ดี พอใช้ ควรปรับปรุง และต้องปรับปรุง
                                4. ใช้ข้อมูลผลการดำเนินงานของสถานศึกษา ย้อนหลัง 3 ปีการศึกษาล่าสุดก่อนการประเมิน
 
                ž การกำหนดค่าน้ำหนักคะแนนในการประเมินคุณภาพภายนอก ระดับปฐมวัย (2-5 ปี) ดังนี้
 

ประเภทของตัวบ่งชี้
จำนวนตัวบ่งชี้
คะแนนเต็ม
                ตัวบ่งชี้พื้นฐาน
8
90
                ตัวบ่งชี้อัตลักษณ์
2
5
                ตัวบ่งชี้ที่เป็นมาตรการส่งเสริม
2
5
ภาพรวม
12
100

1.       กลุ่มตัวบ่งชี้พื้นฐาน ประกอบด้วย
1.1     ตัวบ่งชี้คุณภาพด้านเด็ก 5 ตัวบ่งชี้ (ค่าน้ำหนัก 35 คะแนน)
1.2     ตัวบ่งชี้คุณภาพด้านครู/ผู้เลี้ยงดูเด็ก (ค่าน้ำหนัก 35 คะแนน)
1.3     ตัวบ่งชี้คุณภาพด้านการบริหารจัดการศึกษา (ค่าน้ำหนัก 20 คะแนน)
 
2.       กลุ่มตัวบ่งชี้อัตลักษณ์และกลุ่มตัวบ่งชี้มาตรการส่งเสริม มีค่าน้ำหนัก 10 คะแนน เป็นตัวบ่งชี้การ
ประเมินคุณภาพภายนอกที่ครอบคลุมด้านการบริหารและการจัดการศึกษาตามปรัชญา ปณิธาน พันธกิจ วัตถุประสงค์การจัดตั้งของสถานศึกษา และการที่สถานศึกษาเป็นผู้กำหนดแนวทางพัฒนาเพื่อร่วมกันชี้แนะ ป้องกันและแก้ไขปัญหาสังคมตามนโยบายของรัฐ ซึ่งสามารถปรับเปลี่ยนตามกาลเวลาและปัญหาสังคมที่เปลี่ยนไป

 
ตัวบ่งชี้
น้ำหนัก
(คะแนน)
มาตรฐานตามกฎกระทรวงฯ
ตัวบ่งชี้พื้นฐาน
( มี 8 ตัวบ่งชี้)
1. เด็กมีพัฒนาการด้านร่างกายสมวัย
5
 
มาตรฐานที่ 1
ผลการจัดการศึกษา
2. เด็กมีพัฒนาการด้านอารมณ์และจิตใจสมวัย
5
3. เด็กมีพัฒนาการด้านสังคมสมวัย
5
4. เด็กมีพัฒนาการด้านสติปัญญาสมวัย
10
5. เด็กมีความพร้อมศึกษาต่อในขั้นต่อไป
10
6. ประสิทธิผลการจัดประสบการณ์การเรียนรู้ที่เน้นเด็กเป็นสำคัญ
 
35 
มาตรฐานที่ 3 การจัดการเรียนการสอนที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ
7. ประสิทธิภาพของการบริหารจัดการและการพัฒนาสถานศึกษา
 
15
มาตรฐานที่ 2 การบริหารจัดการศึกษา
8. ประสิทธิผลของระบบการประกันคุณภาพภายใน
5
มาตรฐานที่ 4
การประกันคุณภาพภายใน
มีค่าน้ำหนักรวม
90
 
ตัวบ่งชี้
อัตลักษณ์
( มี 2 ตัวบ่งชี้)
9. ผลการพัฒนาให้บรรลุปรัชญา ปณิธาน พันธกิจ และวัตถุประสงค์ของการจัดตั้งสถานศึกษา
 
2.5
 
มาตรฐานที่ 1
ผลการจัดการศึกษา
10. ผลการพัฒนาตามจุดเน้นและจุดเด่นที่ส่งผลสะท้อนเป็นเอกลักษณ์ของสถานศึกษา
 
2.5 
มีค่าน้ำหนักรวม
5
ตัวบ่งชี้
มาตรการส่งเสริม
( มี 2 ตัวบ่งชี้)
11. ผลการดำเนินการโครงการพิเศษเพื่อส่งเสริมบทบาทของสถานศึกษา
 
2.5 
มาตรฐานที่ 1
ผลการจัดการศึกษา
12. ผลการส่งเสริมเพื่อพัฒนาสถานศึกษา เพื่อยกระดับมาตรฐาน รักษามาตรฐานและพัฒนาสู่ความเป็นเลิศ เพื่อให้สอดคล้องกับแนวทางการปฏิรูปการศึกษา
 
 
2.5
มาตรฐานที่ 2
การบริหาร
จัดการศึกษา
มีค่าน้ำหนักรวม
 
ค่าน้ำหนักรวมทั้งสิ้น
100
 

 

ลำดับที่
ตัวบ่งชี้
น้ำหนัก (คะแนน)
1.
เด็กมีพัฒนาการด้านร่างกายสมวัย
5
1.1 เด็กมีสุขภาพกายสมวัย
2.5
1.2 เด็กมีสุขนิสัยสมวัย
2.5
2.
เด็กมีพัฒนาการด้านอารมณ์และจิตใจสมวัย
5
2.1 เด็กมีสุขภาพจิตสมวัย
2.5
2.2 เด็กมีสุนทรียภาพสมวัย
2.5
3.
เด็กมีพัฒนาการด้านสังคมสมวัย
5
3.1 เด็กมีวินัยและรู้ผิดชอบชั่วดีสมวัย
2.5
3.2 เด็กสามารถปรับตัวเข้ากับสังคมได้
2.5
4.
เด็กมีพัฒนาการด้านสติปัญญาสมวัย
10
4.1 เด็กมีความใฝ่รู้สมวัย
2.5
4.2 เด็กมีการเรียนรู้ด้วยตนเองอย่างต่อเนื่องสมวัย
2.5
4.3 เด็กมีทักษะในการสื่อสารสมวัย
2.5
4.4 เด็กมีจินตนาการและความคิดสร้างสรรค์สมวัย
2.5
5.
เด็กมีความพร้อมศึกษาต่อในขั้นต่อไป
10
5.1 เด็กมีทักษะพื้นฐานตามพัฒนาการทุกด้านสมวัย
5
5.2 เด็กมีความรู้พื้นฐานตามพัฒนาการทุกด้านสมวัย
5
6.
ประสิทธิผลของการจัดประสบการณ์การเรียนรู้ที่เน้นเด็กเป็นสำคัญ
35
6.1 ครู/ผู้เลี้ยงดูเด็กส่งเสริมการเรียนรู้เพื่อพัฒนาการด้าน
5
6.2 ครู/ผู้เลี้ยงดูเด็กส่งเสริมการเรียนรู้เพื่อพัฒนาการด้าน
5
6.3 ครู/ผู้เลี้ยงดูเด็กส่งเสริมการเรียนรู้เพื่อพัฒนาการด้าน
5
6.4 ครู/ผู้เลี้ยงดูเด็กส่งเสริมการเรียนรู้เพื่อพัฒนาการด้าน
5
6.5 ครู/ผู้เลี้ยงดูเด็กส่งเสริมความสัมพันธ์ทางบวกกับเด็กและครอบครัว
5
6.6 ครู/ผู้เลี้ยงดูเด็กส่งเสริมการเรียนรู้ที่ตอบสนองต่อธรรมชาติและพัฒนาการของเด็ก
 
10
7.
ประสิทธิภาพของการบริหารจัดการและการพัฒนาสถานศึกษา
15
 
7.1 ประสิทธิภาพการบริหารจัดการของผู้บริหารสถานศึกษาและคณะกรรมการสถานศึกษา
 
5.0
 
7.2 ประสิทธิภาพการบริหารจัดการให้มีครู/ผู้เลี้ยงดูเด็กเพียงพอและมีคุณภาพ
 
2.5

 
 

ลำดับที่
ตัวบ่งชี้
น้ำหนัก (คะแนน)
 
7.3 ประสิทธิภาพการบริการจัดการสภาพแวดล้อมภายนอกอาคารให้เอื้อต่อการเรียนรู้
 
2.5
7.4 ประสิทธิภาพการบริหารจัดการสภาพแวดล้อมภายในอาคารให้เอื้อต่อการเรียนรู้ ปลอดภัย และถูกสุขลักษณะ
 
2.5
7.5 ประสิทธิภาพการบริการจัดการให้มีมาตรการด้านความปลอดภัยและการป้องกันการบาดเจ็บในเด็ก
 
2.5
8.
ประสิทธิผลของระบบการประกันคุณภาพภายใน
10
 
8.1 ประสิทธิผลของระบบประกันคุณภาพภายในโดยสถานศึกษาหรือหน่วยงานที่มีหน้าที่กำกับดูแลสถานศึกษา
 
5
 
8.2 พัฒนาการของการประกันคุณภาพภายในโดยสถานศึกษาและต้นสังกัด
5
9.
ผลการพัฒนาให้บรรลุเป้าหมายตามปรัชญา ปณิธาน พันธกิจ และวัตถุประสงค์ของการจัดตั้งสถานศึกษา
 
2.5
10.
ผลการพัฒนาตามจุดเน้นและจุดเด่นที่ส่งผลสะท้อนเป็นเอกลักษณ์ของสถานศึกษา (เชิงคุณภาพ)
 
2.5
11.
ผลการดำเนินงานโครงการพิเศษเพื่อส่งเสริมบทบาทของสถานศึกษา
2.5
12.
ผลการส่งเสริมพัฒนาสถานศึกษาเพื่อยกระดับมาตรฐาน รักษามาตรฐานและพัฒนาสู่ความเป็นเลิศ เพื่อให้สอดคล้องกับแนวทางการปฏิรูปการศึกษา
 
2.5

 
                ž ข้อมูลการดำเนินงานของสถานศึกษาที่ใช้ประกอบการพิจารณา
                      ข้อมูลที่ใช้ในการประเมินคุณภาพภายนอกรอบสาม (พ.ศ.2554-2558) ระดับการศึกษาปฐมวัย (2-5 ปี) ใช้ข้อมูลผลการดำเนินงานเฉลี่ย 3 ปีการศึกษาย้อนหลังก่อนการประเมิน (กรณีสถานศึกษาเปิดใหม่ ที่มีการดำเนินงานไม่ครบ 3 ปีการศึกษา ให้ใช้ข้อมูลผลการดำเนินงานเฉลี่ย 2 ปีการศึกษาล่าสุด หรือหากมีการดำเนินงานไม่ครบ 2 ปีการศึกษา ให้ใช้ผลการดำเนินงาน 1 ปีการศึกษาล่าสุดก่อนการประเมิน)
 
                ž รูปแบบการประเมิน
                      การประเมินคุณภาพภายนอก รอบสาม (พ.ศ.2554-2558) ระดับการศึกษาปฐมวัย (2-5 ปี) มีรูปแบบการประเมิน 5 รูปแบบ ดังนี้
1.       การประเมินเชิงปริมาณ ได้แก่ ตัวบ่งชี้ที่ 1.1-1.2,2.1+2.2,3.1-3.2,4.1-4.4,5.1-5.2
2.       การประเมินเชิงปริมาณและเชิงพัฒนาการ ได้แก่ ตัวบ่งชี้ที่ 8.2
3.       การประเมินเชิงปริมาณและเชิงคุณภาพ ได้แก่ ตัวบ่งชี้ที่ 6.1-6.6
4.       การประเมินเชิงคุณภาพ ได้แก่ ตัวบ่งชี้ที่ 7.1-7.5,8.1,9,10 และ 12
5.       การประเมินเชิงคุณภาพและการพิจารณาผลการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น (Better) ได้แก่ ตัวบ่งชี้ที่ 11
 
ž การรับรองมาตรฐานคุณภาพ
                      การประเมินคุณภาพภายนอก รอบสาม (พ.ศ.2554-2558) ระดับการศึกษาปฐมวัย (2-5 ปี) มีแนวทางการพิจารณาให้การรับรองมาตรฐานคุณภาพสถานศึกษา 2 แนวทาง คือ การรับรองมาตรฐานระดับการศึกษาปฐมวัย (2-5 ปี) และการรับรองมาตรฐานคุณภาพของสถานศึกษาแบบโดดเด่น โดยมีหลักเกณฑ์การพิจารณารับรองมาตรฐานคุณภาพ ดังนี้
                      1. การรับรองมาตรฐานระดับการศึกษาปฐมวัย (2-5 ปี)
           การให้คะแนนรายตัวบ่งชี้ จำนวน 12 ตัวบ่งชี้ รวม 100 คะแนน

ประเภทของตัวบ่งชี้
จำนวนตัวบ่งชี้
คะแนนเต็ม
คะแนนที่ได้
                ตัวบ่งชี้พื้นฐาน
8
80
 
                ตัวบ่งชี้อัตลักษณ์
2
10
 
                ตัวบ่งชี้ที่เป็นมาตรการส่งเสริม
2
10
 
ภาพรวม
12
100
 

 
                      2. การตัดสินผลการประเมินคุณภาพภายนอก
                                เป็นการนำผลการประเมินมาเปรียบเทียบเพื่อพิจารณาระดับคุณภาพในการจัดการศึกษาของสถานศึกษา โดยกำหนดมิติของการพิจารณาทั้งรายตัวบ่งชี้ ประเภทของตัวบ่งชี้ และในภาพรวม ตามเกณฑ์ในการตัดสินผล ดังนี้
               

ช่วงคะแนน
ระดับคุณภาพ
4.51-5.00
ดีมาก
3.51-4.50
ดี
2.51-3.50
พอใช้
1.51-2.50
ควรปรับปรุง
0.00-1.50
ต้องปรับปรุง

 
                      3. การรับรองมาตรฐานคุณภาพการศึกษาของสถานศึกษา
                                สถานศึกษาระดับการศึกษาปฐมวัย (2-5 ปี)ที่จะได้รับการรับรองมาตรฐานคุณภาพในการประเมินคุณภาพภายนอก รอบสาม (พ.ศ.2554-2558) ระดับการศึกษาปฐมวัย (2-5 ปี) จาก สมศ.จะต้องมีผลการประเมินคุณภาพภายนอก ตามหลักเกณฑ์ที่ สมศ.กำหนด ดังนี้
3.3     การรับรองมาตรฐานระดับตัวบ่งชี้
1)      มีคะแนนเฉลี่ยรวมตัวบ่งชี้พื้นฐาน ตั้งแต่ร้อยละ 80 ขึ้นไป (อย่างน้อย 72 คะแนน จากคะแนนเต็ม 90 คะแนน)
 
 
2)      มีตัวบ่งชี้ย่อยที่มีคะแนนไม่ต่ำกว่าระดับดี อย่างน้อย 23 ตัวจากทั้งหมด 28 ตัว
3)      ไม่มีตัวบ่งชี้ย่อยตัวใดมีคะแนนอยู่ในระดับต่ำกว่าระดับพอใช้
3.4     การรับรองมาตรฐานในภาพรวม
1)      สถานศึกษามีผลการประเมินคุณภาพภายนอกในระดับสถานศึกษาตั้งแต่ร้อยละ 80 ขึ้นไป
2)    สถานศึกษามีผลประเมินคุณภาพภายนอกระดับมาตรฐาน อยู่ในระดับดีขึ้นไป ไม่ต่ำกว่า 3 มาตรฐานใน 4 มาตรฐาน (ตั้งแต่ร้อยละ 75 ขึ้นไป หรือ 3.75 คะแนนขึ้นไป)
3)      สถานศึกษาไม่มีมาตรฐานใดอยู่ในระดับปรับปรุง (คะแนนน้อยกว่าร้อยละ 50 หรือน้อยกว่า 2.51 คะแนน)
      ทั้งนี้ในการประเมินคุณภาพภายนอกของศูนย์พัฒนาเด็ก สำหรับการประเมินคุณภาพภายนอก
รอบสาม (พ.ศ.2554-2558) นั้น เป็นการประเมินคุณภาพภายนอกรอบแรก จึงเป็นการประเมินเพื่อพัฒนา ผลการประเมินคุณภาพภายนอกในภาพรวม จึงเป็นการยืนยันสภาพจริง ไม่ตัดสินได้-ตก หรือ ผ่าน-ไม่ผ่าน กำหนดแต่เพียงว่า “ได้รับการประเมินคุณภาพภายนอกจาก สมศ.แล้ว”
 
                ž การประเมินคุณภาพภายนอก ระดับปฐมวัย (2-5 ปี) กรณีที่สถานศึกษาจัดกลุ่มเด็กแบบคละอายุ มีวิธีการดังนี้
                      1. เกณฑ์การประเมินคุณภาพภายนอก รอบสาม ระดับปฐมวัย (2-5 ปี) แบ่งเด็กเป็น 2 ช่วงอายุ ได้แก่                       1.1 เกณฑ์การประเมินสำหรับเด็กอายุ 2-3 ปี (หมายถึง เด็กอายุตั้งแต่ 2 ปีบริบูรณ์ถึง 3 ปี
      บริบูรณ์)
1.2     เกณฑ์การประเมินสำหรับเด็กอายุ 3-5 ปี (หมายถึง เด็กอายุตั้งแต่ 3 ปีขึ้นไปถึงเด็กอายุ 5
      ปี 11 เดือน 29 วัน)
                      2. กรณีสถานศึกษาจัดเด็กคละอายุเป็นกลุ่มเดียวกัน สถานศึกษาต้องจัดหาสัญลักษณ์ติดให้กับเด็กเป็นเครื่องสังเกตให้ผู้ประเมินภายนอกทราบด้วย
                      3. สมศ.จะพัฒนาเกณฑ์การประเมินคุณภาพภายนอกสำหรับเด็กอายุต่ำกว่า 2 ปีต่อไป เพื่อให้การประเมินคุณภาพภายนอกให้ครอบคลุมเด็กทุกกลุ่มอายุ ดังนั้นในปีแรก ๆ ของการประเมินภายนอกรอบสามจะประเมินคุณภาพภายนอกในสถานศึกษาที่จัดการศึกษาสำหรับเด็ก 2-5 ปีเท่านั้น
 
                ž การประกันคุณภาพภายในของศูนย์พัฒนาเด็กมีแนวปฏิบัติตามกฎกระทรวงว่าด้วยระบบ หลักเกณฑ์และวิธีการประกันคุณภาพการศึกษา พ.ศ.2553 ข้อ 14 ให้สถานศึกษาจัดให้มีระบบการประกันคุณภาพภายในตามหลักเกณฑ์และแนวปฏิบัติเกี่ยวกับการประกันคุณภาพภายใน โดยดำเนินการดังต่อไปนี้
1)      กำหนดมาตรฐานการศึกษาของสถานศึกษา
2)      จัดทำแผนพัฒนาการจัดการศึกษาของสถานศึกษาที่มุ่งคุณภาพตามมาตรฐานการศึกษาของสถานศึกษา
3)      จัดระบบบริหารและสารสนเทศ
4)      ดำเนินงานตามแผนพัฒนาการจัดการศึกษาของสถานศึกษา
 
5)      จัดให้มีการติดตามตรวจสอบคุณภาพการศึกษา
6)      จัดให้มีการประเมินคุณภาพภายในตามมาตรฐานการศึกษาของสถานศึกษา
7)      จัดทำรายงานประจำปีที่เป็นรายงานประเมินคุณภาพภายใน
8)      จัดให้มีการพัฒนาคุณภาพการศึกษาอย่างต่อเนื่อง
 
ž สถานศึกษาต้องจัดทำรายงานประจำปี หรือ SAR ดังนี้
                      การจัดทำรายงานประจำปีที่เป็นรายงานประเมินคุณภาพภายในให้เป็นไปตามรูปแบบและตามมาตรฐานการประกันคุณภาพภายในที่ต้นสังกัดหรือหน่วยงานที่กำกับดูแลสถานศึกษากำหนด โดยควรมีสาระสำคัญที่รายงานถึงผลสำเร็จของการพัฒนาคุณภาพการจัดการศึกษาที่ครอบคลุมทั้งด้านเด็ก ด้านครู/ผู้เลี้ยงดูเด็ก และด้านการบริหารจัดการศึกษา มีการนำเสนอเนื้อหาโดยสังเขป เพื่อรายงานสรุปผลการดำเนินงานทั้งเชิงปริมาณและเชิงคุณภาพ และเป็นรายงานการประเมินตนเองที่สามารถรองรับการประเมินคุณภาพภายนอกได้ โดยควรมีองค์ประกอบหลัก ดังนี้
1.       ข้อมูลพื้นฐาน เช่น
-          ข้อมูลเกี่ยวกับสถานศึกษา เช่น ชื่อสถานศึกษา ที่ตั้ง สังกัด
-          ข้อมูลเกี่ยวกับนักเรียน เช่น ระดับการศึกษาที่ให้บริการ จำนวนนักเรียน จำนวนชั้นเรียน
-          ข้อมูลเกี่ยวกับครู/บุคลากร เช่น จำนวนครู/บุคลากร วุฒิการศึกษาของครู ประสบการณ์ทำงาน
-          ข้อมูลเกี่ยวกับชุมชน ขนาดประชากรในเขตพื้นที่บริการ ศาสนา อาชีพ สภาพเศรษฐกิจ สภาพสังคม/ชุมชน
-          เกียรติยศ ชื่อเสียง/จุดเด่นของสถานศึกษา
2.       สภาพการดำเนินงานของสถานศึกษา เช่น
-          วิสัยทัศน์ เป้าหมายของสถานศึกษา
-          ระบบโครงสร้างการบริหารสถานศึกษา
-          แนวทางการดำเนินงานสถานศึกษาที่ใช้ในการพัฒนาคุณภาพการจัดการศึกษา
3.       ผลการประเมินตามมาตรฐานการศึกษา เช่น
-          วิธีการพัฒนา/กิจกรรมที่สถานศึกษาได้ดำเนินการให้บรรลุเป้าหมายตามมาตรฐานและตัวบ่งชี้ที่กำหนด
-       ผลการดำเนินงานและความสำเร็จของการพัฒนาคุณภาพตามแต่ละมาตรฐานและตัวบ่งชี้ (ระบุผลประเมินที่ได้จาก ตัวบ่งชี้ + เกณฑ์ + ผลดำเนินงาน + หลักฐาน)
-          แนวทางการปรับปรุงพัฒนางานต่อไปเพื่อให้บรรลุเป้าหมายตามแต่ละมาตรฐานและตัวบ่งชี้
4.       แนวทางการพัฒนาสถานศึกษาในอนาคต เช่น
-          ผลการประเมินตามมาตรฐานโดยสรุปรวม
-          จุดเด่น จุดที่ควรพัฒนา ของสถานศึกษา
 
-          แผนพัฒนาสถานศึกษาโดยกำหนดตารางเวลาการดำเนินงานที่คาดว่าจะแล้วเสร็จ
-          สิ่งที่ต้องการได้รับความช่วยเหลือจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
 
ž การดำเนินการของศูนย์พัฒนาเด็กที่ต้องการรับการประเมินคุณภาพภายนอกในปีแรก (พ.ศ.2554) 
จะต้องดำเนินการดังนี้
                      ให้ทำหนังสือแจ้งทางต้นสังกัด และ สมศ. เพื่อการจัดกลุ่มสถานศึกษาที่จะได้รับการประเมินในปี พ.ศ.2554 ต่อไป
 
                ž ศูนย์พัฒนาเด็กจะได้รับประโยชน์จากการประเมินคุณภาพภายนอก ดังนี้
                      การประเมินคุณภาพภายนอก เป็นการประเมินผลการจัดการศึกษาเพื่อให้มีการตรวจสอบคุณภาพของสถานศึกษา โดยคำนึงถึงความมุ่งหมายและหลักการ และแนวการจัดการศึกษาของสถานศึกษา ซึ่งจะเป็นข้อมูลสะท้อนกลับให้แก่สถานศึกษา หน่วยงานต้นสังกัด หรือหน่วยงานที่กำกับดูแลสถานศึกษานั้น ๆ ได้ทราบ เพื่อการปรับปรุง ช่วยเหลือ สนับสนุนให้สถานศึกษามีการจัดการศึกษาที่มีคุณภาพมาตรฐาน เป็นที่ยอมรับจากผู้ปกครอง ชุมชน และผู้ที่เกี่ยวข้อง
 
-- -- -- -- -- -- -- -- -- -- -- -- -- -- --
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
บรรณานุกรม
 
รับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา (องค์การมหาชน), สำนักงาน. 2553. คู่มือการประเมิน
คุณภาพภายนอกรอบสาม (พ.ศ.2554-2558) ระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน ฉบับสถานศึกษา พ.ศ.2554.
กรุงเทพมหานคร : แม็ทซ์พอยท์.
__________ . 2553. จุลสารประชาคม ประกันคุณภาพการศึกษา. ปีที่ 8 ฉบับที่6 . กรุงเทพมหานคร : แม็ทซ์
พอยท์.
__________ . 2553.  ประเด็นคำถาม-คำตอบ เกี่ยวกับ การประเมินคุณภาพภายนอก รอบสาม.
กรุงเทพมหานคร : แม็ทซ์พอยท์.
__________ . 2553. ทิศทางการประเมินคุณภาพภายนอก รอบสาม (พ.ศ.2554-2558). มติชนฉบับพิเศษ.
__________ . 2553. รายงานสืบเนื่องจากการประชุมวิชาการในวาระครบ 9 ปี สมศ. กรุงเทพมหานคร :
บริษัท จุดทอง จำกัด.
__________ . 2553. ร่างคู่มือการประเมินคุณภาพ ภายนอกรอบสาม (พ.ศ.2554-2558) ระดับการศึกษา
ปฐมวัย (2-5 ปี). (เอกสารสำหรับรับฟังความคิดเห็น) กรุงเทพมหานคร : แม็ทซ์พอยท์.
__________ . 2553. วิสัยทัศน์ สำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา (องค์การมหาชน)
                พ.ศ.2553-2556. กรุงเทพมหานคร : บริษัท จุดทอง จำกัด.
__________ . 2553. อภิธานศัพท์ การประกันคุณภาพการศึกษา (QA Glossary). กรุงเทพมหานคร : หจก.
สำนักพิมพ์ฟิสิกส์เซ็นเตอร์.
 
* * * * * * * * * * * * *
 
หมายเหตุ : เอกสารปรกอบการบรรยาย สามารถ Download ได้จากเว็บไซด์ สมศ.
                       http://www.onesqa.or.th            e-mail : info@onesqa.or.th
                       สำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา (องค์การมหาชน)
                       ชั้น 24 อาคารพญาไทพลาซ่า เลขที่ 128 ถนนพญาไท แขวงทุ่งพญาไท เขตราชเทวี
                       กรุงเทพมหานคร 10400 โทรศัพท์ 0-2216-3954 โทรสาร 0-2216-5053-6
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
ภาคผนวก
 
 
เอกสารประกอบการประชุม เรื่อง การประเมินคุณภาพภายนอกรอบสาม
(พ.ศ. 2554-2558) โดย ผู้อำนวยการ สมศ.
 
เอกสารประกอบการประชุม เรื่อง การประเมินเพื่อพัฒนา โดย ดร.รุ่ง แก้วแดง
 
 
 
 
 
 
 
 


ดาวน์โหลดไฟล์แนบ

ผู้เขียน : cmarea3.go.th
หน่วยงาน : สพป.เชียงใหม่ เขต 3
อังคาร ที่ 8 เดือน กุมภาพันธ์ พ.ศ.2554
เข้าชม : 17086
4 stars เฉลี่ย : 4 จาก 6 ครั้ง.


ระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียน 5 อันดับล่าสุด

      ชำนาญการพิเศษกับการเขียนโครงร่างงานวิจัย 28 / ธ.ค. / 2554
      test 4 / ก.ค. / 2554
      ทดสอบ ขุมความรู้ 4 / ก.ค. / 2554
      ว.วชิรเมธี 4 / ก.ค. / 2554
      รายงาน ทิศทางการประเมินภายนอก รอบ 3 8 / ก.พ. / 2554


เชิญร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ โดยสมัครเป็นสมาชิกของศูนย์จัดการความรู้
สิทธิของสมาชิก สามารถบันทึกขุมความรู้ แลกเปลี่ยนเรียนรู้ และดาวน์โหลดได้
คลิกที่นี่สมัครสมาชิก